กองทุนรวมคืออะไร

กองทุนรวมคือการรวมเงินทุนจากเราๆท่านๆที่ซื้อกองทุน เพื่อนำเงินที่ได้ไปลงทุนอีกที โดยอาศัยประโยชน์จากเงินรวมที่มีจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น กองทุนรวมหุ้น จะนำเงินที่ได้จากผู้ซื้อกองทุน ไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และเนื่องด้วยจำนวนเงินที่มาก ทำให้สามารถซื้อหุ้นที่หลากหลายได้

jumbo jili

และยังสามารถแบ่งซื้อได้หลายรอบ ซึ่งนักลงทุนรายบุคคลอาจไม่สามารถทำได้ หากมีจำนวนเงินลงทุนที่ไม่มากพอ ลองนึกว่าถ้าจะซื้อหุ้น SCC หรือปูนใหญ่ที่ราคาตัวละ 500 บังคับซื้อขั้นต่ำ 100 ตัวก็ต้องใช้เงินถึง 50,000 บาทแล้ว ได้แค่หุ้นตัวเดียว ไม้เดียวยังไม่ได้ถัวเลย เป็นต้น สำหรับการซื้อกองทุนรวม สิ่งที่เราจะได้รับก็คือ หน่วยลงทุน ซึ่งจะเป็นการบอกว่าเราได้เข้าไปร่วมลงทุนในกองทุนนั้นเป็นจำนวนกี่หน่วย ส่วนราคาต่อหน่วยนั้นก็จะขึ้นลงไปตามมูลค่าของสินทรัพย์ที่กองเข้าไปลงทุน ซื้อขายวันไหนก็ใช้ราคา ณ วันนั้น บางวันก็รวยขึ้น บางวันก็จนลง สำหรับบริษัทที่เสนอตัวมาจัดตั้งและบริหารกองทุน เราเรียกว่า บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซึ่งมีอยู่มากมาย และแต่ละบลจ.ก็มีหลากหลายกองทุนให้เลือกซื้อด้วย ส่วนกองทุนมีกี่ประเภท ลงทุนในอะไรได้บ้าง จะกล่าวในหัวข้อถัดๆไป

แล้วการลงทุนผ่านกองทุนรวมมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
เอาข้อดีก่อน ข้อดีของการลงทุนผ่านกองทุนรวมคือ

สล็อต

มีมืออาชีพดูแลให้ หากเราลงทุนเองโดยตรง เราอาจมีข้อมูลที่ไม่มากพอ อีกทั้งเราอาจไม่มีเวลามานั่งเฝ้าจอเพื่อหาโอกาสซื้อขาย การลงทุนผ่านกองทุนรวมจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะมีผู้ที่มีความรู้และสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้โดยตรงคอยเลือกและตัดสินใจแทนเรา หรือที่เราเรียกว่า ผู้จัดการกองทุน นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการลงทุนในหุ้น แต่เราไม่สามารถประเมินราคาหุ้นตัวนั้นๆได้ เราก็จะไม่รู้ว่าราคาไหนควรซื้อหรือควรขาย หรือเราอาจไม่สามารถเข้าพบพูดคุยสอบถามความคืบหน้าของกิจการกับผู้บริหารหุ้นนั้นๆได้ดังเช่นที่ผู้จัดการกองทุนทำ เป็นต้น

ใช้เงินลงทุนน้อย แต่ได้กระจายความเสี่ยง การซื้อกองทุนนั้น บางกองทุนใช้เงินขั้นต่ำแค่ 500 บาทก็ซื้อได้แล้ว แปลว่าเงิน 500 บาทของเราสามารถกระจายการลงทุนได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น กองทุนหุ้น เราใช้เงินเพียง 500 บาท เราก็สามารถถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้หลายๆตัวแล้ว ซึ่งโดยมากกองทุนหุ้นทั่วไปจะถือหุ้น 20-30 ตัวเลยทีเดียว

สล็อตออนไลน์

ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการซื้อหุ้นเองโดยตรง เงิน 500 บาทจะสามารถเลือกหุ้นได้ที่ราคาไม่เกินตัวละ 5 บาทเท่านั้น ดูราคา BBL, CPALL, BDMS ซิ หมดหวัง หมดสิทธิ์ เป็นต้น แล้วการกระจายความเสี่ยงมันเป็นอย่างไร ขอยกตัวอย่างกองทุนหุ้นอีกแล้วกัน การถือหุ้นเองโดยตรงนั้น ส่วนมากมักถูกสอนกันมาไม่ให้ถือเกิน 10-15 ตัว บางคนถือหุ้นเพียงแค่ 3-4 ตัวเท่านั้นแม้จะมีขนาดพอร์ตเป็นสิบเป็นร้อยล้าน ลองคิดดู วันที่หุ้นขึ้น หุ้นที่เราถืออาจไม่ขึ้นก็ได้ หรือหุ้นที่เราถือ อาจโชคไม่ดี เช่นบริษัทโดนน้ำท่วมเล่นงาน ราคาหุ้นก็ร่วงหนัก เป็นต้น ทำให้มีความเสี่ยงสูง แต่กับกองทุนนั้น โดยมากถือหุ้นกระจายทุกอุตสาหกรรม ทำให้การขึ้นลงนั้นสอดคล้องไปกับตลาด ขึ้นลงวันหนึ่งไม่มาก วันไหนลง 1% ก็ว่าเยอะแล้ว ผิดจากการถือหุ้นเองน้อยตัวที่บางวันอาจลงไป 3-4% กันเลยทีเดียว

jumboslot

มีสภาพคล่องสูง ข้อนี้เป็นจุดเด่นของกองทุนเลยทีเดียว เพราะเราสามารถสั่งขายกองทุนได้ทุกวันทำการ เราก็จะได้ราคาขายของวันที่สั่งขายแน่นอน อีกทั้งเรายังสามารถแบ่งขายได้ตามที่ใจเราชอบด้วย (ยกเว้นบางกองทุนมีเงื่อนไขขั้นต่ำอยู่) เช่น สมมุติเราซื้อกองทุนไปแล้วจำนวน 100,000 บาท เวลาผ่านไป 1 ปี กองทุนเรามีกำไรมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 110,000 บาท เราสามารถสั่งขายเป็นจำนวนเงิน 10,000 ออกมา เสมือนถอนเอาแต่กำไรมาใช้ได้ด้วย ซึ่งในกรณีที่เป็นการขายหุ้นโดยตรงนั้น อาจทำไม่ได้ เพราะต้องมีเรื่องขั้นต่ำหุ้น 100 ตัว และยังต้องขึ้นอยู่กับการตั้งราคา Bid/Offer อีกด้วย เป็นต้น หรือเปรียบเทียบในกรณีที่เราถือหุ้นเองโดยตรง เรามีหุ้นอยู่ 15 ตัว หากเราต้องการจะลดพอร์ตลง 20% โดยต้องการขายแต่ละตัวเพียงตัวละ 20% เท่านั้น คือยังคงถือหุ้นครบ 15 ตัวเช่นเดิม ลดแต่ขนาดเงินลง ซึ่งในทางปฏิบัตินั้น ทำได้ลำบากมาก
ได้ประโยชน์ทางภาษี กำไรที่เกิดจากการขายกองทุนนั้น ไม่ต้องนำไปคิดคำนวณภาษี ทำอาชีพนักเล่นกองทุนรวมก็ดีเหมือนกันนะ มีรายได้ก็ไม่ต้องเสียภาษี (รัฐคงบอก เลือกกองทุนให้ถูกมีกำไรก่อนเหอะ เห็นดอยกันถ้วนหน้า แซว) นอกจากนี้กองทุนประเภท LTF/RMF ยังเป็นกองทุนที่เอาไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
อ่ะๆการลงทุนผ่านกองทุนรวมใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีเสมอไป มาดูข้อเสียกันบ้าง

slot

มีค่าธรรมเนียมและการบริหารจัดการ การลงทุนผ่านกองทุนนั้นเราจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการซื้อขายด้วย นอกจากนี้เรายังจะต้องเสียค่าบริหารจัดการอีกด้วย (ค่าบริหารนั้นเขาคิดหักในราคาสินทรัพย์กองทุนที่ขึ้นลงในแต่ละวันไปแล้ว) ซึ่งตรงนี้หลายคนมองว่า มันแพงกว่าการลงทุนเองโดยตรง
ไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ บางครั้งสินทรัพย์ที่ผู้จัดการกองทุนเลือกลงทุนอาจไม่เป็นที่ถูกใจเราทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น กองทุนหุ้นอาจถือหุ้นน้ำมันอย่าง PTT ซึ่งเราอาจไม่ชอบ เป็นต้น
ไม่สามารถซื้อขายได้ ณ ราคาที่ขึ้นลงระหว่างวัน การซื้อขายกองทุนนั้นจะใช้ราคาปิด ณ สิ้นวันเท่านั้น ไม่สามารถใช้ราคาระหว่างวันได้ นักลงทุนไม่สามารถที่จะกะเก็งราคาที่ดีที่สุดระหว่างวันได้
กองทุนรวมนั้นเหมาะกับนักลงทุนประเภทใด
การลงทุนในกองทุนรวมนั้นเหมาะแก่นักลงทุนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกับผู้ที่มีความรู้แต่อาจไม่มีเวลาหรืออาจมีข้อมูลในการตัดสินใจไม่มากพอ ขอย้ำนะครับเหมาะสำหรับผู้มีความรู้ เพราะหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า กองทุนรวมเป็นเครื่องมือการลงทุนสำหรับผู้ไม่มีความรู้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เงินของเรา เราก็ต้องเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับเรา อีกทั้งเรายังต้องเลือกให้ถูกเวลาด้วย เลือกผิดก็ติดดอย ขาดทุนหนักๆได้เช่นกัน มีข้อคิดที่ฝากไว้เล็กๆเวลาเลือกกองทุนโดยเฉพาะกองทุนหุ้นนะครับว่า “กองทุนเลือกหุ้น ส่วนเราต้องเลือกราคา” ช่วยๆกันทำมาหากิน ยกตัวอย่างนะครับ สมมุติเราซื้อกองทุนวันนี้ที่ราคาหุ้น PTT อยู่ที่ 400 หุ้น SCC อยู่ที่ 500 เราก็ได้หุ้นในราคาเหล่านั้นแหละ ถ้าราคานั้นคือราคาที่แพง ณ วันที่เราซื้อ กองทุนที่เราซื้อก็คือแพงไปเช่นกัน เป็นต้น อย่าลืมว่าเราซื้อกองทุนรวม ไม่ใช่กองทุนส่วนบุคคล แล้วถ้าเราแทบจะไม่มีความรู้เลยหล่ะ ทำอย่างไร อย่างน้อยเราก็ต้องวิเคราะห์นโยบาย สไตล์การลงทุนของแต่ละกองทุน รวมทั้งผลงานย้อนหลัง ค่าความผันผวน ว่าเหมาะสมกับเราหรือไม่ ถ้าวิเคราะห์หรือหาข้อมูลเองไม่ได้ อย่าเพิ่งเข้ามาลงทุน หลายๆคนเชื่อพนักงานขายที่แนะนำกองทุนโดยไม่ได้วิเคราะห์ด้วยตัวเอง ซึ่งก็บ่นขาดทุนกันมามากต่อมากแล้ว กองทุนเดียวกัน บางคนซื้อแล้วกำไร บางคนซื้อกลับขาดทุนยังมีเลย เตือนอีกครั้ง