ตัวช่วยวางแผนลดหย่อนภาษีให้อยู่หมัด

ใกล้สิ้นปีแล้ว เรามาเตรียมความพร้อมเพื่อวางแผนการจัดการกับภาษีปี 2563 และหาตัวช่วยสำหรับ “การลดหย่อนภาษี” กันดีกว่า โดยตัวช่วยในการลดหย่อนภาษีสามารถแบ่งง่ายๆ เป็น 5 หมวด ดังนี้

jumbo jili

หมวดลดหย่อนสำหรับตัวเอง ซึ่งเป็นค่าลดหย่อนภาษีที่เกิดจากตัวเอง และคนในครอบครัว อาทิ ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนบุตร ค่าลดหย่อนบิดามารดา ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพ ค่าฝากครรภ์และทำคลอด

หมวดการออมและการลงทุนเพื่อวัยเกษียณ การวางแผนการออมและการลงทุนเพื่อวัยเกษียณ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรตระหนักถึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ เพื่อเป็นหลักประกันในอนาคต ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกวางแผนการออมและการลงทุน โดยรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท ได้แก่ กองทุนการออมแห่งชาติ, กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF),กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ, กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุนมาก เพราะนอกจากจะนำเงินที่ลงทุนมาลดหย่อนภาษีได้แล้ว ยังช่วยให้เรามีเงินก้อนไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หรือเก็บไว้ใช้ในยามเกษียณได้อีกด้วย

สล็อต

หมวดเงินบริจาค สำหรับคนที่ชอบทำบุญ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ อาทิ การบริจาคทั่วไป การบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา พัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้จำนวน 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่นก่อนหักลดหย่อนเงินบริจาค

หมวดมาตรการของรัฐ ในแต่ละปีรัฐบาลจะมีมาตรการในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อการมีที่อยู่อาศัย โดยสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท และการซื้อบ้านหลังแรก ปี 2559 ในราคาไม่เกินหลังละ 3,000,000 บาท โดยสามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 20% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายภายใต้โครงการช้อปดีมีคืนก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

สล็อตออนไลน์

หมวดประกัน อาทิ ค่าประกันชีวิตทั่วไปและประกันสะสมทรัพย์ ค่าประกันสุขภาพบิดามารดา ค่าประกันสุขภาพตัวเอง รวมถึงค่าประกันชีวิตแบบบำนาญ โดยค่าลดหย่อนภาษี ในหมวดนี้เป็นการส่งเสริมให้เราเกิดความตระหนัก และมีการจัดการความเสี่ยงสำหรับตัวเองและครอบครัวได้

ยังไม่สาย…อย่ารอช้ารีบเตรียมตัวเพื่อวางแผนลดหย่อนภาษี เพียงคุณมีอายุระหว่าง 15 – 60 ปี เป็นแรงงานนอกระบบ ประกอบอาชีพอิสระ นักเรียน นิสิตและนักศึกษา สามารถสมัครสมาชิก และส่งเงินออมสะสมกับ กอช. เพื่อวางแผนทางการเงินในอนาคต พร้อมรับเงินสมทบจากรัฐบาลสูงสุด 100% ตามช่วงอายุ รวมถึงสามารถใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีในปี 2564 ได้อีกด้วย อย่ารอช้า รีบเช็กสิทธิ ด่วน !! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนเงินออม 02-049-9000 ในวันและเวลาทำการ

jumboslot

ชีวิตของคนเราทุกคนหากต้องการความก้าวหน้าและความมั่นคงในชีวิต นอกจากจะต้องมีการวางแผนการใช้ชีวิตแล้ว ควรมีการวางแผนการเงินให้ดีด้วย เพราะถ้าหากคุณสามารถวางแผนทั้งสองสิ่งนี้ได้อย่างลงตัว คุณจะสามารถสร้างความมั่นคงในชีวิตได้อย่างไม่ยาก พบกับบทความจาก www.kapook.com ที่จะบอกเคล็ดลับช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่าที่คิด

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นการออมเงินได้นั้น สิ่งแรกที่สำคัญคือ การบริหารเงินที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง เพราะถ้าหากเรามัวแต่สนใจในเรื่องของการออมเงินจนไม่ได้มองถึงจุดอื่น ในที่สุดแล้วเงินที่เก็บออมไว้ก็ต้องถูกใช้จ่ายออกไปอยู่ดี วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอหยิบเอาวิธีการบริหารรายได้แบบง่าย ๆ ที่สามารถทำได้จริง แถมยังเป็นวิธีที่ช่วยบริหารเงินอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเงินมากมาย วิธีนี้เรียกว่า JARS System ค่ะ

JARS System เป็นหนึ่งในวิธีการบริหารเงินที่มีประสิทธิภาพ คิดค้นขึ้นโดย T Harv Eker นักพูดและนักคิดทางด้านการเงินการลงทุน เจ้าของหนังสือ Secrets of the Millionaire Mind เมื่อปี 2007 ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากวิธีหนึ่ง ใจความสำคัญของทฤษฎีนี้คือการแบ่งรายได้ที่ได้รับทั้งหมดต่อเดือนออกเป็น 6 ส่วน โดย T Harv Eker ได้ใช้โหลเป็นสัญลักษณ์แทนในแต่ละส่วน และในแต่ละส่วนนั้นก็จะมีเปอร์เซนต์ในการแบ่งรายได้ที่แตกต่างกันดังนี้

โหลใบที่ 1 โหลเพื่อความจำเป็น

slot

เงินในส่วนนี้ เป็นเงินที่จะถูกแบ่งไว้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มเติม เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันรถ และหนี้สินต่าง ๆ โดยคิดเป็น 55% ของรายได้ทั้งหมด

โหลใบที่ 2 – โหลเพื่อการพักผ่อน

10% ของรายได้ทั้งหมดในส่วนนี้จะเป็นเงินที่นำไปใช้จ่ายส่วนตัวตามใจชอบ ถือเป็นรางวัลสำหรับความเหนื่อยยากในการทำงานแต่ละเดือน เป็นเงินที่คุณจะสามารถใช้ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง

โหลใบที่ 3 – โหลเพื่อการลงทุน

เพื่อความมั่นคงทางการเงินยามเกษียณ การลงทุนถือเป็นเรื่องสำคัญและขาดไม่ได้ โดยการลงทุนมีอยู่หลายรูปแบบให้เลือกตามความชอบ อาทิ กองทุน, หุ้น, ประกันแบบสะสมทรัพย์, เงินฝากดอกเบี้ยสูง, สลากออมสิน หรือการซื้อสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร เป็นต้น โดยคิดเป็น 10 % ของรายได้ทั้งหมด

โหลใบที่ 4 – โหลเพื่อการแสวงหาความรู้

ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเรียนรู้ ดังนั้นลองแบ่งเงินสัก 10% ของรายได้ทั้งหมด ผันเป็นเงินเพื่อการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ที่การสมัครเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการซื้อหนังสือ การอบรมสัมมนา และการเข้าเวิร์กช็อปในสิ่งที่ตัวเองสนใจ