นิสสัน แฟร์เลดี้ แซด

นิสสัน แซด หรือที่อาจรู้จักกันในชื่อของญี่ปุ่นว่า แฟร์เลดี้ เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนตร์กลางลำหน้า ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง (RWD) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทนิสสันจากญี่ปุ่น รถใช้เครื่องยนต์บล็อกวี 6 สูบ (V6) ไม่มีเทอร์โบ (N/A) รถรุ่นนี้นิยมใช้แข่งรายการต่างๆ โดยเฉพาะดริฟท์ เนื่องจากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง และมีสมรรถนะที่เหมาะสมกับการดริฟท์ พ.ศ. 2503 ยูตากะ คาตายามะ พนักงานบริษัทนิสสัน ได้เดินทางออกจากญี่ปุ่น ไปสำรวจตลาดในภาคพื้นตะวันตก ในสหรัฐอเมริกา เขาพบว่า รถญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้น ชาวอเมริกันประเมินค่าเป็นเพียงรถยนต์ชั้น 2 เท่านั้น (3 ผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ในอเมริกาขณะนั้น (Big 3) ได้แก่ GM, Ford และ ไครส์เลอร์) แม้บริษัทนิสสันอเมริกาจะถูกตั้งขึ้นในปีเดียวกัน ในช่วงแรกที่ยังไม่มีงบประมาณพอจะตั้งโชว์รูม ต้องหาตัวแทนจำหน่าย แต่ไม่สามารถหาได้ กลุ่ม Big3 และนักธุรกิจรายใหญ่ ปฏิเสธและดูถูกนิสสันอย่างเย็นชา จนต้องใช้เตนท์รถมือสองเป็นตัวแทนจำหน่าย คาตายามา ใช้วิธีปรับปรุงบริการหลังการขายให้มีความทั่วถึง จนเริ่มได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากขึ้น

jumbo jili

คาตายามาพบว่า สภาพถนนในสหรัฐอเมริกามีถนนฟรีเวย์และถนนโล่งเป็นส่วนมาก รถญี่ปุ่นทั่วไปในขณะนั้นไม่ได้ออกแบบมาให้วิ่งในถนนลักษณะดังกล่าว แรงม้าจึงน้อย การเร่งแซงยาก และเมื่อวิ่งทางไกลจะพบปัญหาเบรกร้อน จึงมีความพยายามคิดค้นรถสปอร์ตที่จะมีสมรรถนะสูง เบรกที่ทนทาน สนองตอบรสนิยมและถนนดังกล่าวได้ และราคาถูก (รถสปอร์ตของ Big3 มีจุดอ่อนที่ราคาแพง) จึงคิดค้นออกมา โดยในขณะคิดค้น ได้ตั้งชื่อโครงการว่า Project Z ซึ่งมาจากธง Z ที่กองทัพเรือใช้ในสงครามนิจิโระ (สงครามกับรัสเซีย พ.ศ. 2447) ธง Z หมายความว่า “การโจมตีครั้งสุดท้าย ไม่มีครั้งหลังอีกแล้ว” หรือ ต้องชนะให้ได้ในครั้งนี้

สล็อต

ทีมคิดค้นใช้เวลาพัฒนา 4 ปี นิสสัน Z รุ่นแรกก็เปิดตัวใน พ.ศ. 2512 ชื่อ แฟร์เลดี้ แซด ใช้เป็นชื่อในการทำตลาดเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ทั้งแต่รุ่นแรกถึงปัจจุบัน ส่วนนอกประเทศญี่ปุ่น นิสสันจะไม่ใช้ชื่อแฟร์เลดี้ แซดในการขาย จะใช้ชื่อเป็นขนาดลูกสูบ (หน่วยเป็น ซีซี หารด้วย 10) แล้วตามด้วย Z หรือ ZX เช่น นิสสัน 240Z 260Z เป็นต้น (แต่ก็ยังมีการเรียกกันเองว่า แฟร์เลดี้ แซด นอกประเทศญี่ปุ่น) ปัจจุบัน นิสสัน Z มียอดขายรวมตั้งแต่แรก 2 ล้านคัน ถือเป็นรถสปอร์ตที่ยอดขายสูงที่สุดในโลก (ไม่นับ Pony Car กับ Muscle Car ซึ่งเป็นรถที่มีตัวรถแบบกึ่งสปอร์ต แต่เครื่องยนต์แรงไม่น้อยกว่ารถสปอร์ต ถ้าพิจารณาเผินๆ แล้วจะค่อนข้างคล้ายรถสปอร์ต) การดริฟต์ คือ รูปแบบการขับขี่รถยนต์ในทางโค้ง โดยทำการโอเวอร์สเตียร์ (oversteer) เข้าหาโค้ง แล้วผ่านโค้งนั้นไปสำหรับการนี้โดยเฉพาะ การดริฟต์อาจใช้เพื่อความสนุก ซึ่งมีจุดประสงค์ที่ผสมผสานระหว่างความสนุกกับการเสริมทักษะในการควบคุมรถ หรืออาจใช้ในการแข่งขันก็ได้

สล็อตออนไลน์

การแข่งดริฟต์ เป็นการแข่งที่ดูจากพฤติกรรมการดริฟต์มากกว่าความเร็วที่วิ่งได้ต่อรอบหรือตำแหน่งที่เข้าเส้นชัย เกณฑ์การตัดสินหลัก ๆ จะขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัยได้แก่ มุมการเข้าโค้ง ไลน์ ความเร็ว และลูกเล่นหรือสไตล์การดริฟต์ โดยปกติแล้วการดริฟต์ไม่ใช่วิธีที่ทำให้ไปได้เร็วที่สุดในสนามแข่ง แต่ในบางครั้งการดริฟต์นั้นจะมีประโยชน์อย่างมาก เช่นในการแข่งแรลลี่ แต่ในการแข่งเซอร์กิตนั้น การดริฟต์จะทำให้รถไปได้ช้ากว่าการใช้เทคนิคธรรมดา การดริฟต์นั้นจะสามารถกระทำได้ง่ายกับรถที่เป็นระบบขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง เพราะลักษณะการถ่ายกำลังและการถ่ายเทน้ำหนักของรถประเภทนี้เหมาะสมที่สุด

jumboslot

ประวัติ การดริฟต์มีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มนักแข่งตามถนนบนภูเขาแถบชนบทของประเทศญี่ปุ่น เป็นการแข่งบนถนนบนภูเขา (เรียกว่า โทเกะ) เคอิชิ ทสึชิยะ (Keiichi Tsuchiya) ที่ได้ชื่อดริฟต์คิง เมื่อตอนแข่งรถอยู่ และอยู่ในอันดับรั้งท้าย เขาตัดสินใจที่จะเหวี่ยงรถผ่านโค้ง ทำให้เหล่าฝูงชนรู้สึกตกตะลึงและรู้สึกประหลาดใจไปตาม ๆ กัน ภายหลัง Tsuchiya เรียกมันว่า “การดริฟต์” ในขณะที่นี่อาจไม่ใช่ต้นกำเนิดของมัน แต่มันก็เป็นที่มาของชื่อและการแสดงให้คนอื่นเห็นเป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1977 เคอิชิเริ่มต้นอาชีพการแข่งของเขาด้วยการขับรถหลายคัน ในการแข่งระดับมือสมัครเล่นรายการต่าง ๆ การแข่งขันโดยใช้รถที่ไม่ค่อยมีกำลังนั้นค่อนข้างยาก แต่ก็ทำให้ได้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดี ต่อมาเคอิชิได้มีโอกาสขับรถแข่งโตโยต้า เออี86 สปรินเตอร์ ทรูเอโน่ ซึ่งมีสปอนเซอร์หลักคือ ADVAN ในหลาย ๆ การแข่ง ในขณะที่เข้าโค้งลงเนิน เขาจะดริฟต์รถของเขา ทำให้ได้ความเร็วขณะเข้าโค้งมากกว่าคู่แข่งคนอื่น ๆ เทคนิคนี้ ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น Drift King ไม่ใช่เพราะอย่างที่หลายคนเข้าใจว่าเขาเป็นคนแรกที่ดริฟต์

slot