ซูบารุ อาร์ทู

Subaru R-2 มีสายการผลิตอยู่ในช่วงปี 1969 ถึง 1972. R-2 คือรถรุ่นใหม่ที่มาแทน Subaru 360และ R-2 ยังมีพื้นที่ความจุภายในมากกว่า Subaru 360 อีกด้วย R-2 ใช้เครื่องยนต์ที่พัฒนาต่อยอดมาจากSubaru 360. R-2 เปิดตัวก่อนที่ Kei-Car คันอื่นๆอย่าง Honda Life, Daihatsu Fellow Max และ Suzuki Fronte จะเริ่มทำตลาด แต่ยังมี Mitsubishi Minica ที่ออกมาทำตลาดในเวลาที่ใกล้เคียงกันมาก.
R-2 ถูกเปิดตัวในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1969 ภายใน 1 เดือน ซูบารุ มีออเดอร์สั่งจองทั้งหมด 25,000 คัน.ในช่วงต้น 1970S รัฐบาลญี่ปุ่นตรากฎหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงส่งผลให้ ซูบารุ ต้องพัฒนาเครื่องยนต์ขึ้นมาใหม่ และในเดือนตุลาคม เครื่องยน 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ รหัส EK34 ก็ถูกเปิดตัวและกลายเป็นเครื่องยนต์รุ่นสุดท้ายที่ถูกใช้ใน R-2

jumbo jili

ในประเทศไทย R-2 เคยถูกนำเข้ามาทำตลาดโดยบริษัท สรรหิรัญ จำกัด แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เนื่องจากในสมัยนั้นคนไทยยังมองรถญี่ปุ่นเมื่อ 40 กว่าปีก่อน เช่นเดียวกับที่มองรถเกาหลีใต้เมื่อ 20 กว่าปีก่อน และแบบเดียวกับที่มองรถจีนและมาเลเซียในปัจจุบัน
ชื่อของ R-2 ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ใน Subaru R2 รุ่นปี 2003 ซึ่งในประเทศไทย บริษัท มอเตอร์อิมเมจซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เคยสั่งนำเข้ามาทำตลาดในราคา 1.5 ล้านบาท (รวมภาษีนำเข้าแล้ว) ซูบารุ อิมเพรสซ่า เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Compact Car) ผลิตโดยซูบารุ เริ่มผลิตและเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2535 เพื่อแข่งขันกับรถยนต์ Compact Car ยอดนิยมของญี่ปุ่นและของโลก เช่น Toyota Corolla ,Nissan Sunny ,Honda Civic ,Mitsubishi Lancer และ Mazda Familia หรือ 323 เป็นต้น โดยเข้ามาทดแทนรถ Compact Car รุ่นเก่า ซูบารุ ลีออน และซูบารุยังส่งอิมเพรสซ่าไปแข่งขันในการแข่งขันเวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ อีกด้วยมีคู่แข่งในสมัยเดียวกัน เช่น แลนเซีย, มิตซูบิชิ, โตโยต้า, ฟอร์ด, นิสสัน, มาสด้า, ซีตรอง, และ เปอโยต์ จนคว้าแชมป์เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพในประเภทผู้ผลิตติดต่อกัน 3 ปีซ้อน (พ.ศ. 2538-2540) และได้รับถ้วยรางวัลประดับสำนักงานใหญ่ย่านชินจูกุ กรุงโตเกียวหลายครั้งอีกด้วย

สล็อต

อิมเพรสซ่า ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ Fuji Heavy Industry เพราะสามารถยกระดับตัวเองให้เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับสากลอย่างเต็มตัวตั้งแต่เริ่มทำรถรุ่นแรกอย่างซูบารุ 1500 หรือรถที่เริ่มวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์รุ่นแรกอย่างซูบารุ 360 ทีเดียว โดยในช่วงแรกมีให้เลือกทั้งตัวถังซีดาน 4 ประตู และสปอร์ตวากอน (หรือสเตชันวากอน) 5 ประตู ถึงแม้จะพูดได้ไม่เต็มปากว่าอิมเพรสซ่าเป็นเจเนอเรชั่นต่อมาของลีออน รถครอบครัวชื่อดัง แต่ด้วยขนาดที่ไล่เลี่ยกัน ทำให้หลายคนเข้าใจไขว้เขว และในช่วงแรกได้มีการแยกตัวถังซีดานมาโมดิฟายให้แรงกว่ารุ่นซีดานปกติ เรียกว่า WRX และถือเป็น Icon Model ทั้งในแง่ของการเป็นตัวแข่งที่ดี และตัวขายที่มีลูกค้าตอบรับในระดับใช้ได้ ซูบารุ อิมเพรสซ่า รุ่นที่ 1 เปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2535 และเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าจริงๆในเดือนถัดมา มีตัวถังคูเป้ 2 ประตู ซีดาน 4 ประตู และสปอร์ตวากอน 5 ประตู ระบบขับเคลื่อนมีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์มีให้เลือกทั้ง 1.5 ,1.6 ,1.8 ,2.0 ,2.2 และ 2.5 ลิตร ระบบเกียร์เป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด โดยในช่วงแรกก็ได้มีการเปิดตัวรุ่น WRX ซึ่งเป็นรุ่นที่ถูกโมดิฟายให้แรงกว่าปกติ มีลูกค้าให้การตอบรับในระดับใช้ได้ และยังเคยถูกส่งไปแข่งขันเวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพจนคว้าแชมป์ในประเภทผู้ผลิตติดต่อกัน 3 ปีซ้อน ชื่อ อิมเพรสซ่า นั้นถูกคิดค้นขึ้นมาแทนชื่อรุ่น ลีออน เพื่อแสดงถึงความใหม่สดทั้งเรื่องการออกแบบและวิศวกรรม ดีไซน์ภายนอกของรถได้รับอิทธิพลมาจากสรีระร่างของหงษ์ที่กำลังบิน แรกเริ่มเดิมที รถรุ่นนี้ถูกสร้างออกมาเพื่อเป็นรถบ้านใช้ง่ายขับสบาย แต่มีจุดเด่นที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อซึ่งมีประโยชน์มากในหลายประเทศที่มีภูมิอากาศหลากหลายและสภาพถนนที่คาดเดาไม่ได้ หัวใจหลังของการสร้าง

สล็อตออนไลน์

อิมเพรสซ่า อยู่ที่ความทนทาน ไม่จุกจิก ใช้แบบลืมๆได้เช่นเดียวกับ ฮอนด้า ซีวิค (ซึ่งหัวหน้าโครงการพัฒนารถรุ่นนี้บอกเองว่านั่นคือคู่แข่งที่เขากลัวที่สุด) คิดดูก็แล้วกันว่าในช่วงแรก ทีมผู้บริหารบางคนยังเสนอให้เปลี่ยนมาใช้ เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงเพื่อประหยัดต้นทุนลงด้วยซ้ำ แต่ข้อเสนอนี้ก็ถูกเขี่ยตกโต๊ะไปและยังมาพร้อมกับความคิดใหม่ที่ว่า “เออ นั่นสิ แล้วทำไมเราไม่สร้าง อิมเพรสซ่า รุ่นแรงๆออกมาซะเลยล่ะ?” จากเดิมที่จะมีแค่หงษ์บ้านไว้ให้พ่อบ้านแม่บ้านขับใช้งาน ก็กลายเป็นว่า มีหงษ์ติดหอยถือกำเนิดขึ้นในห้องโปรเจกต์ของ ซูบารุ ซึ่งในช่วงเวลานั้น มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน ยังเป็นวุ้นอยู่ พวกเขาจึงเล็งเทียบกับ นิสสัน พัลซ่าร์ GTi-R โดยมี นิสสัน สกายไลน์ GT-R R32 เป็นรถ Benchmark ในการปรับแต่งองค์ประกอบในการขับขี่ด้วย ช่วงล่างยกชุดแม็คเฟอร์สันสตรัทจาก เลกาซี มาใส่ แค่อาจมีช่วงล่าง บางจุดที่ต่างกัน แต่จุดยึดต่างๆเหมือนกัน..โช้คกับสปริงนั้นใส่กันได้เลยด้วยซ้ำ ในเมื่อพวกเขามีเครื่องยนต์ EJ20G ที่ให้กำลังสูงสุด 220แรงม้า จาก เลกาซี RS อยู่แล้ว แค่นำเครื่องนั้นมาปรับแต่งเพิ่ม เปลี่ยนกลไกวาล์วจากแบบรองชิมเป็นแบบไฮดรอลิก และเปลี่ยนเทอร์โบเป็น TD04H พร้อมกับปรับช่วงล่างและระบบเบรกให้รองรับกับพลังที่เพิ่มมา WRX รุ่นแรกจึงถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับพลัง 240 แรงม้า ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมมากกว่าที่ทางผู้บริหารค่ายดาวลูกไก่คาดเอาไว้มาก ขนาดตัวรถที่เล็กและเบากว่า เลกาซี ก็เป็นคุณลักษณะอันดีเยี่ยมที่นำไปสานต่อให้กลายเป็นรถเวิลด์แรลลี่คาร์ได้ด้วย และโชคดีที่พวกเขาตัดสินใจไฟเขียวให้โครงการนี้ และพัฒนารถแข่งออกมาทันกับช่วงเวลาที่ มิตซูบิชิ เปลี่ยนรถแข่งของพวกเขาจาก กาแลนต์ VR-4 เป็น แลนเซอร์ อีโวลูชัน พอดี ส่วนเวอร์ชัน Production นั้น ทาง ซูบารุ ก็เอาไปวิ่งจับเวลาในสนามเนือร์บวร์คริง และได้ตัวเลข 8 นาที 28.93 วินาที ..มันอาจจะไม่ได้เร็วมากถ้าเทียบกับรถแรงสมัยนี้ แต่อย่าลืมว่าในปี 1992 นั้น บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม5/เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี500 ยังมีม้าแค่ 300 กว่าตัว ไม่ใช่ 550-560 ตัว อย่างสมัยนี้ และซูเปอร์คาร์อิตาเลียนอย่าง ลัมโบร์กีนี Diablo ยังมีม้าไม่ถึง 500 ตัว

jumboslot

นอกจากนี้ ยังมีตัวถัง Outback Sport เนื่องจากในช่วงนั้น เป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นนิยมรถเพื่อสันทนาการ (RV Recreation Vehicle) กันมาก แต่ในช่วงนั้นซูบารุยังไม่มีเงินทุนมากพอที่จะพัฒนารถ SUV และ MPV เพื่อต่อกรกับบรรดาคู่แข่งในตลาดที่ต่างก็มีรถ SUV และ MPV ทำตลาด เช่น โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน มาสด้า มิตซูบิชิ อีซูซุและซูซูกิ มีทั้งเวอร์ชันอเมริกา และญี่ปุ่น แต่ไม่เคยส่งมาทำตลาดในประเทศไทย โดยเวอร์ชันอเมริกาจะใช้ชื่อว่า Subaru Impreza Outback Sports เปิดตัวในปี พ.ศ. 2537 ถือเป็นรถรุ่นปี 1995 และพอจะมีชาวอเมริกันหาซื้อไปใช้งานอยู่บ้าง ทำให้ซูบารุตัดสินใจทำเวอร์ชันญี่ปุ่นออกมาในเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2538 ในชื่อ Subaru Impreza Sports Wagon GRAVEL EX แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงตัดสินใจเลิกทำเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนโฉมสู่รุ่นที่ 2 ของอิมเพรสซ่าในปี พ.ศ. 2543 ในประเทศไทย บริษัท สยามซูบารุ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของสยามกลการเคยนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยนำเลกาซีรุ่น BC เข้ามาจำหน่ายในไทย แต่สามารถสร้างยอดขายได้แค่พอประมาณเท่านั้น หากไม่ทำอะไรแล้วซูบารุอาจจะต้องม้วนเสื่อกลับไปญี่ปุ่นอย่างที่เคยเป็นมาก่อน รุ่นที่นำเข้ามีตั้งแต่รุ่น 1.6 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหน้า 90 แรงม้า ซีดาน 4 ประตู ราคา 695,000 บาท รุ่น 1.8 ลิตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ 103 แรงม้า มีทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ และมีตัวถังซีดาน 4 ประตูและสปอร์ตวากอน 5 ประตู โดยราคาตัวถังซีดาน 4 ประตูอยู่ที่ 795,000 บาท และรุ่น WRX เทอร์โบ เครื่องยนต์ EJ20 ราคา 985,000 บาท อาจจะมองว่าไม่แพง แต่สมัยนั้น Accord รุ่นนำเข้าราคา 1.17 ล้าน ถึงแม้จะแรงและขับสนุก แต่ภายในก็ไม่ต่างจากรถบ้านธรรมดา ต่างจาก Accord ซึ่งเป็นรถราคาแพงกว่า แต่ไม่เน้นขับสนุกมากนัก อิมเพรสซ่าที่ถูกขายออกไปส่วนมากมักจะเป็นรุ่นเครื่องยนต์ 1.6 และ 1.8 ลิตร พรีเซ็นเตอร์ในสมัยนั้นคือไตรภพ ลิมปพัทธ์ พิธีกรชื่อดังและเจ้าของบริษัท บอร์น แอนด์ แอสโซซิเอทด์ จำกัด ทำให้ลูกค้าซูบารุทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ได้เซ็นใบจองเพื่อซื้อหาอิมเพรสซ่ามาขับขี่ ขายมาได้เรื่อยๆ เป็นตัวทำเงินให้กับซูบารุในไทยเรื่อยมา (ซึ่งปรากฏการณ์นี้ก็เกิดขึ้นกับ Subaru XV ในปัจจุบันเช่นกัน) ภายหลังได้มีการไมเนอร์เชนจ์ตามตลาดออสเตรเลีย จะได้แรงม้าเพิ่มจาก 210 แรงม้าเป็น 218 แรงม้าด้วยอานิสงส์ของการปรับจูนเครื่องตามแบบ PHASE II พร้อมพวงมาลัย MOMO สี่ก้าน พร้อมติดตั้งถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้ามาด้วย ล้อ 16 นิ้ว และสปอยเลอร์แบบเตี้ย ในชื่อ Impreza Turbo Plus ซึ่งในตลาดมือสองจะหายากมากถึงมากที่สุด เพราะมีขายออกไปไม่กี่คัน ต่างจาก GC รุ่นแรกๆที่มีขายทั้งแบบเทอร์โบและรถ 1.6 กับ 1.8 จึงหารถแปลง รถทำได้ง่ายกว่ามาก ปัจจุบันยังมีให้เห็นตามท้องถนนทั่วไปอยู่เรื่อยๆ

slot