แอสตันมาร์ติน ดีบี9

แอสตันมาร์ติน ดีบี9 เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราสมรรถนะสูง เครื่องยนต์หน้าลำ ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (FR) 2 ประตู 2+2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทรถยนต์สัญชาติอังกฤษ แอสตันมาร์ติน รถได้เปิดตัวครั้งแรกที่งานแฟรงค์เฟิร์ตออโตโชว์ ในปี ค.ศ. 2003 มาพร้อมกับ 2 รูปแบบให้เลือก คือแบบคูเป้ และแบบโรสเตอร์เปิดประทุน แอสตันมาร์ติน ดีบี9 ออกแบบมาเพื่อแทนที่ แอสตันมาร์ติน ดีบี7 ดีบี9 ได้ยุติการผลิตลง นับตั้งแต่การผลิตในปี ค.ศ. 2004 จนถึงหยุดสายการผลิตในปี ค.ศ. 2016 โดยรถทุกคันผลิตที่โรงงานแอสตันมาร์ตินเกย์ดอน ( Aston Martin’s Gaydon facility )
ดีบี9 ได้รับการออกแบบโดย มาเรก ไรช์แมน (Marek Reichman) และ เฮนริก ฟิสเกอร์ (Henrik Fisker) ผู้ก่อตั้งบริษัท บริษัทรถยนต์ฟิสเกอร์ ตัวถังส่วนใหญ่ของ ดีบี9 ทำมาจากอะลูมิเนียม จัดเป็นแพลตฟอร์ม VH รุ่นที่ 1 ของแอสตันมาร์ติน เช่นเดียวกับ แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอส วี12 สำหรับตัวเครื่องยนต์ มีขนาด 6.0 ลิตร V12 ซึ่งนำมาจาก แอสตันมาร์ติน แวนควิซ โดยเมื่อเร็วๆนี้ แอสตันมาร์ติน ดีบี9 ก็ได้ทำสถิติความเร็วสูงสุดได้ที่ 295 กม./ชม. (183 ไมล์/ชม.) และ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 4.1 วินาที

jumbo jili

ดีบี9 ได้รับคำชมจากหลายแหล่ง อย่างเช่น “คำวิจารณ์จากนักวิจารณ์รถยนต์ ที่ว่า ถึงแม้รถจะมีเครื่องยนต์และระบบแฮนลิง ที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบขับขี่ ขับเอาประสบการณ์ และเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกแบบภายใน ภายนอกของ ดีบี9 คันนี้” นอกจากนี้ยังมีคำชมจาก ท็อปเกียร์, เว็บไซด์เอ็ดมันส์, ออโต้วีคส์, นิตยสารออโต้โมบิล เป็นต้น

สล็อต

คำว่า “DB” นั้นย่อมาจาก ชื่อและนามสกุลของอดีตเจ้าของ แอสตัน มาร์ติน ชื่อ เดวิด บราวน์ ( David Brown )
ดีบี9 โวเลนเต ( DB9 Volante )
เป็นรูปแบบเปิดประทุนของ ดีบี9 โดยตัวหลังคานั้นทำมาจากผ้าใบ ( Folding fabric ) ใช้เวลาเพียง 17 วินาทีในการเปิดปิด น้ำหนักของตัวถังอยู่ที่ 59 กิโลกรัม (130 ปอนด์) ซึ่งมากกว่า ตัวคูเป้แบบปกติ รถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 266 กม./ชม. (165 ไมล์/ชม.) เท่ากับรุ่นคูเป้ปกติ ถึงแม้รถจะเป็นราคาผ้าใบก็ตาม รถมีแรงบิดสูงสุด 569 N·m (420 lbf·ft) ที่ 5,000 rpm และมีกำลังสูงสุด 456 PS (450 hp) ที่ 6,000 rpm อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 4.9 วินาที ซึ่งช้ากว่ารุ่นคูเป้ เนื่องจากน้ำหนักของตัวถังที่มากกว่า และในเวลาต่อมา โวเลนต์ ก็ได้ปรับกำลังเป็น 517 PS (510 hp) และแรงบิดที่ 620 N·m (457 lbf·ft)

สล็อตออนไลน์

DB9 LM
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในฐานะที่ ทีมแอสตันมารติน จีที1 คว้าชัยชนะในรายการแข่งขันปี ค.ศ. 2007 รายการ 24 เอาเออร์ออฟเลอแมนส์ (2007 24 Hours of Le Mans) จึงเป็นที่มาของคำย่อ “LM” รถมาพร้อมกับออฟชั่น สปอร์ตแพ็กค์ ซึ่ง ดีบี9 แอลเอ็ม เป็นเพียงรุ่นเดียวที่จำหน่ายใน ลักษณะเซมิ-ออโต้ คูเป้ รถทาด้วยสีเงินชาร์ต (Sarthe Silver) คำว่า “ชาร์ต” มาจากสนามชื่อสนามแข่งเดอ ลา ชาร์ต (Circuit de la Sarthe) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ ดีบี9 แอลเอ็ม ได้ใช้วิ่ง แอลเอ็ม จำกัดจำนวนเพียง 124 คันเท่านั้นที่จะผลิตออกมา
DB9 Carbon Black, Morning Frost, and Quantum Silver
เป็นรุ่นพิเศษแบ่งเป็นสีออกเป็น 3 สี ได้แก่ DB9 Carbon Black, Morning Frost และ Quantum Silver ซึ่งทั้ง 3 รุ่นก็ยังคงใช้เครื่องยนต์ 6.0 ลิตร V12 ใช้เกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 จังหวะ เหมือนรุ่นปกติ โดยในแต่ละคันก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะการแต่งภายใน ภายนอก ที่ใช้สีต่างกัน ดีบี9 ทั้ง 3 คันจะจำหน่ายในรูปแบบคูเป้ และ โวเลนต์ แอสตันมาร์ตินก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 โดย ลีโอเนล มาร์ติน และโรเบิร์ต แบมฟอร์ด (Robert Bamford) โดยก่อนหน้านั้นหนึ่งปี ได้ตั้งบริษัท Bamford & Martin เพื่อจำหน่ายรถยนต์ที่ผลิตโดย ซิงเกอร์ (Singer) ในกรุงลอนดอน โดยนอกจากรถซิงเกอร์แล้ว ยังมีการให้บริการบำรุงรักษารถจีดับเบิลยูเค และรถคัลธอร์ป (Calthorpe) ด้วย
ลีโอเนล มาร์ติน ร่วมลงแข่งรถที่เนินแอสตัน ใกล้กับหมู่บ้านแอสตันคลินตัน และได้ตัดสินใจที่จะสร้างรถยนต์ขึ้นมาเอง รถยนต์คันแรกใช้ชื่อว่าแอสตันมาร์ติน สร้างโดยมาร์ติน โดยประกอบเครื่องยนต์ Coventry-Simplex แบบสี่สูบเข้ากับโครงรถ Isotta-Fraschini รุ่นปี พ.ศ. 2451 ต่อมาพวกเขาตั้งบริษัทขึ้นที่ Henniker Place ในเมืองเคนซิงตัน และผลิตรถยนต์คันแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2458 แต่สายการผลิตรถแอสตันมาร์ตินนั้นไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และทั้งคู่เข้าร่วมรบกับกองทัพของอังกฤษ เครื่องจักรทั้งหมดจึงถูกขายให้กับ Sopwith Aviation Company

jumboslot

หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งสงบลง ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่ที่ Abingdon Road ในเมืองเดิมคือเมืองเคนซิงตัน และได้มีการออกแบบรถขึ้นมาใหม่ในชื่อแอสตันมาร์ตินเหมือนเดิม แบมฟอร์ดถอนตัวจากบริษัทในปี พ.ศ. 2463 และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก Count Louis Zborowski ในปี พ.ศ. 2465 ได้เริ่มมีการผลิตรถเพื่อใช้สำหรับแข่งขัน และได้มีการสร้างสถิติต่างๆ ขึ้นด้วยรถดังกล่าวที่สนามบรูกแลนด์ส
ต่อมาในปี พ.ศ. 2467 บริษัทเกิดล้มละลาย และเลดีชาร์นวูด (Lady Charnwood) เข้าซื้อกิจการ แต่ก็ล้มละลายอีกครั้งในปีถัดมา โรงงานของแอสตันมาร์ตินปิดตัวไปในปี พ.ศ. 2469 พร้อมกับการที่ลีโอเนล มาร์ติน ถอนตัวออกจากบริษัท ในปีเดียวกัน บิล เร็นวิค, ออกุสตัส (เบิร์ท) เบอร์เทลลี และนักลงทุนอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งเลดีชาร์นวูดด้วย ได้ร่วมกันเป็นหุ้นส่วนในบริษัท และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นแอสตันมาร์ตินมอเตอร์ส และย้ายบริษัทไปยังที่ตั้งเดิมของ Whitehead Aircraft Limited works ในเมืองเฟลแธม (Feltham)จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2475 บริษัทมีปัญหาทางด้านการเงินอีกครั้ง และได้ L. Prideaux Brune เข้ามาร่วมลงทุน ก่อนที่บริษัทจะเป็นของเซอร์อาเธอร์ ซัทเธอร์แลนด์ ในปี พ.ศ. 2479
มีการผลิตรถแอสตันมาร์ตินประมาณ 700 คัน ก่อนเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่สอง และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้นมีการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินโดยแอสตันมาร์ติน

slot