รามเกียรต์ 36

รามเกียรต์ 36
ขณะปลีกสันโดดอยู่ในป่า
……วันหนึ่ง สามกษัตริย์เจอต้นมะม่วงที่มีผลโตสีทองห้อยอยู่เต็มต้น กลิ่นหอมของผลมะม่วงเชิญชวนให้พระลักษณ์อยากเด็ดผลไม้นั้นมาถวายพี่สะใภ้ “พี่สีดา เดี๋ยวน้องจะเด็ดมะม่วงให้ ดูน่ากินจัง” ทันใดที่พระลักษณ์เอื้อมเด็ดก็มีเสียคำรามดังสนั่นป่า “ใครบังอาจมาแตะมะม่วงของข้า” ยักษ์ร่างใหญ่ดูดุดันปรากฎกายแสดงความเป็นเจ้าของต้นมะม่วงต้นนี้ “ข้าคือพิราพ เป็นยักษ์เฝ้าต้นมะม่วงต้นนี้ใครเข้ามาแอบเด็ด หรือบุกรุกอาณาเขตของข้า ข้ามีสิทธิที่จะจับกินทั้งหมด”

joker123

ขอแทรกนะครับ ประวัติ “พระพิราพ” นี่มีหลากหลายมาก แต่เอาตามที่เคยดูโขนที่โรงละครแห่งชาติตอนเด็กๆละกันนะครับ ครั้งหนึ่งมีคนธรรพ์ (กลุ่มเทวดาที่มีหน้าที่เล่นดนตรีบนสวรรค์)

สล็อต

แอบลักลอบมีความสัมพันธ์นางฟ้าชื่อว่า “รัมภา” อยู่ในสังกัดของท้าวเวสุวัณ ท้าวท่านจึงสาปให้คนธรรพ์ตนนั้นลงมาเกิดเป็นรากษสจนกว่าพระนารายณ์จะอวตาลลงมา หลังจากชี้ทางให้พระรามแล้วจึงจะพ้นคำสาป

สล็อตออนไลน์

อะเล่าต่อนะครับ….. พระพิราพเป็นผู้ดูแลสวน ในสวนนั้นชื่อว่าสวนพวาทอง หรือแปลว่ามะม่วงสีทอง (บางฉบับลงมาชมพู่ ผมว่าผิดครับ) หากใครหลงเข้ามาจะโดนพิราพจับกินหมด พระราม พระลักษณ์จึงต่อสู้กับยักษ์พิราพ แต่พระพรหมให้พรว่าจะไม่มีวันตายด้วยอาวุธใดๆทั้งสิ้น

jumboslot

จนพิราพเพลี่ยงพล้ำถูกพระรามเหยียบไว้จนรู้ว่าพระรามคือพระนารายณ์อวตาลลงมา ยินดีที่จะบอกทางให้หลังจากบอกทางแต่ช่วยสังหารตนให้หมดทุกข์หน่อย “บ่อเกิดแห่งรามเกียรติ์” บอกว่าพระรามและพระลักษณ์ช่วยกันฝังพิราพทั้งเป็น แต่ในโขนที่ผมเคยดูพิราพถูกศรพระรามตายจนพ้นทุกข์ เป็นอันว่าท่านพ้นทุกข์กลับคืนสู่สวรรค์

slot

รามเกียรติ์ 29

รามเกียรติ์ 29
กษัตริย์ทั้งสามเดินขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้ อำมาตย์สุมันตันผู้มาจากสกุลอันภักดีต่อสุริยวงศ์มาหลายชั่วอายุคน (ในรามายณะให้ชื่อว่าสุมันตรา เป็นสารถีขับรถม้าไปส่ง) ระหว่างทางเข้าป่าประชาชนตามมาส่งยาวเหยียด จนลับตาฝูงชนเข้าไปในป่าลึก ข้ามลำธาร แม่น้ำสายตื่น ตลอดทางพระรามเล่าประวัติสถานที่ต่างๆให้สีดาฟัง

joker123

เช่นตอนขับรถทรงข้ามแม่น้ำโคมาต ท่านเล่าว่า “นี่คือแผ่นดินที่พระมนูต้นวงศ์ของพี่ได้มอบให้ราชาอิศวกุบุตรของท่านในกฤดายุค” ในรามายณะจะลงรายละเอียดมากมายจริงๆครับ บางช่วงเกี่ยวพันกันตำนานย่อยๆเรื่องอื่นอีกมากมาย

สล็อต

องค์รามสั่งให้หยุดรถและขอให้สุมันตันกลับไปอโยธยาเสียเถิด อำมาตย์ผู้ค้ำราชบัลลังอโยธยารีบกลับไปรายงานองค์ทศรถว่าได้ส่งทั้งสามพระองค์เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ท้าวทศรถแทบจะไม่มีอะไรเหลือแล้ว เพราะด้วยน้ำตาหรือความเศร้า ขณะนี้กษัติย์ชราไม่สามารถมองเห็นอะไรอีกแล้ว ทรงเรียกนางเกาสุริยาและนางสมุทรเทวีเข้าเฝ้า

สล็อตออนไลน์

โดยยกเว้นนางไกยเกษี พระราชาทรงเรียกหาพระมเหสีเอกอย่างหมดแรง “เกาสุริยาเข้ามาใกล้พี่ กอดพี่หน่อย เพราะขณะนี้พี่มองอะไรไม่เห็นแล้ว พี่ขอโทษที่ปล่อยปะละเลยเจ้ามาตลอด พี่ขอโทษที่ลืมเมียที่เสมอต้นเสมอปลายเช่นเจ้า อภัยให้พี่เถิด” จากนั้นทรงรับสั่งเรียกหาสองฤาษีที่ปรึกษาคือวสิษฐ์ฤาษีและสมามิตรฤาษีผู้เป็นคุรุแห่งราชวงศ์ “พระครูทั้งสอง

jumboslot

ข้าเหลือเวลาอีกไม่มาก ข้าขอร้องว่าอย่าให้นางไกยเกษีและลูกของนางแตะต้องศพของข้าเด็ดขาด” นี่คือคำที่ท้าวทศรถสั่งเสียเป็นสิ่งสุดท้าย (แต่ในฉบับดั่งเดิมระบุว่าพระพรตเป็นประธานในพิธีถวายพระเพลิง) หลังจากที่พระรามออกเดินป่าเพียงแค่วันเดียว องค์ทศรถแห่งอโยธยาก็สิ้นใจด้วยความเศร้า

slot