ไลฟ์สไตล์แบบนี้เหมาะกับกองทุนรวม

กองทุนรวม คือ กองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากนักลงทุนหลาย ๆ คน โดยมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อจัดตั้งผู้จัดการกองทุน แล้วนำเงินที่ได้มาจากการระดมทุนนั้นมาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายของกองทุน เพื่อให้เงินงอกเงยขึ้นและนำผลกำไรที่ได้มาเฉลี่ยคืนให้กับนักลงทุนตามหน่วยลงทุนที่ถือไว้

jumbo jili

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
ซึ่งกองทุนรวมแบ่งออกเป็น 8 ประเภท ตามความเสี่ยง ได้แก่

  1. กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ
  2. กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ
  3. กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล
  4. กองทุนรวมตราสารหนี้
  5. กองทุนรวมผสม
  6. กองทุนรวมตราสารทุน
  7. กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรม
  8. กองทุนรวมทางเลือก

ซึ่งแต่ละกองทุนลงทุนในอะไรบ้าง? เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหน? พี่ทุยจะอธิบายให้ฟังเอง

สล็อต

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
เริ่มต้นด้วยกองทุนความเสี่ยงระดับที่ 1 คือ “กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ” เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในเงินฝาก ตั๋วเงิน รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี มีความเสี่ยงต่ำที่สุด

เหมาะกับคนสไตล์แบบไหน ?

กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ ความเสี่ยงต่ำ เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการเสี่ยงหรือคนที่มีระยะเวลาในการลงทุนน้อย อาจจะมีอายุเยอะ ใกล้เกษียณแล้ว หรือมีแผนที่จะต้องถอนเงินลงทุนมาใช้ในอนาคตอันใกล้ ทำให้ไม่สามารถที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงมาก ๆ ได้

แต่ถ้ายังอยากลงทุนที่ได้ผลตอบแทนดีกว่าฝากธนาคารนิดหน่อย ก็สามารถนำเงินมาพักไว้ที่กองทุนรวมตลาดเงินได้ แถมมีสภาพคล่องที่ดี เพราะสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการคล้ายกับบัญชีออมทรัพย์ ที่สามารถเบิกถอนได้ตลอด โดยเมื่อขายหน่วยลงทุน เราจะได้รับเงินในวันทำการถัดไป (T+1) เช่น หากขายหน่วยลงทุนในวันจันทร์ จะได้รับเงินในวันอังคาร แต่หากขายในวันศุกร์ จะได้รับเงินวันจันทร์ เป็นต้น

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
กองทุนความเสี่ยงระดับที่ 2 นั่นคือ “กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ” เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในเงินฝาก ตั๋วเงิน รวมถึงตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี แต่อาจมีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วน จึงทำให้มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นมา แต่โดยปกติกองทุนประเภทนี้มักจะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้

สล็อตออนไลน์

เหมาะกับคนสไตล์แบบไหน ?

กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ เหมาะกับคนสไตล์เดียวกันกับกองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ เพียงแต่ต้องรับความเสี่ยงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นมาเท่านั้นเอง

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
กองทุนความเสี่ยงระดับที่ 3 คือ “กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล” เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยมากกว่า 1 ปีขึ้นไป จึงมีความผันผวนมากกว่ากองทุนรวมตลาดเงิน

เหมาะกับคนสไตล์แบบไหน ?

กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก ไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนสูง ขอแค่ดีกว่าการฝากเงินกับธนาคาร มีระยะเวลาในการลงทุนน้อย เช่น มีอายุเยอะ ใกล้เกษียณแล้ว เลยต้องระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น มีความมั่นใจในการลงทุนกองทุนรวมพันธบัตรจากความมั่นคงของรัฐบาล

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
กองทุนความเสี่ยงระดับที่ 4 คือ “กองทุนรวมตราสารหนี้” เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตั๋วเงินคลัง และหุ้นกู้เอกชน ซึ่งมีทั้งกองที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี) และตราสารหนี้ระยะยาว (อายุเฉลี่ยมากกว่า 1 ปี)

jumboslot

เหมาะกับคนสไตล์แบบไหน ?

กองทุนรวมตราสารหนี้ เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก แต่คาดหวังผลตอบแทนที่แน่นอน สม่ำเสมอ ลงทุนได้ทั้งระยะสั้น ระยะยาว รวมถึงผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
กองทุนความเสี่ยงระดับที่ 5 คือ “กองทุนรวมผสม” เป็นกองทุนที่สามารถลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น หรืออื่นๆ ซึ่งสัดส่วนการลงทุนจะระบุไว้ในนโยบายของกองทุน

เหมาะกับคนสไตล์แบบไหน ?

กองทุนรวมผสม เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูง อยากได้ผลตอบแทนดี ลงทุนได้ทั้งระยะกลางและยาว ไม่ชอบจัดพอร์ตเอง เน้นสบาย กระจายความเสี่ยง แต่ไม่อยากซื้อกองทุนหลายกอง เลยซื้อแบบผสมทีเดียว เป็นคนไม่มีเวลาในการปรับสัดส่วนกองทุนหรือหุ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนมาก

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
กองทุนความเสี่ยงระดับที่ 6 คือ “กองทุนรวมตราสารทุน” เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งรวมไปถึงกองทุน SSF และ RMF ที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย

เหมาะกับคนสไตล์แบบไหน ?

กองทุนรวมตราสารทุน เหมาะกับคนที่มีมีอายุน้อย หรือมีระยะเวลาในการลงทุนที่ยาว มากกว่า 5-10 ปีขึ้นไป อยากลงทุนเพื่อเกษียณ หรือเพื่อเป็นอิสระภาพทางการเงิน ด้วยเหตุนี้เลยสามารถลงทุนในกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงได้ และต้องรับความเสี่ยงได้สูงเช่นกัน เน้นชอบการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก ให้เงินทำงานแทน แต่ไม่มีเวลาบริหารการลงทุนเอง

slot

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
กองทุนความเสี่ยงระดับที่ 7 คือ “กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรม” เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้น แต่เจาะจงอุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น หุ้นธนาคาร หุ้นสื่อสาร หุ้นโรงพยาบาล ฯลฯ แต่กองทุนประเภทนี้จะมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมตราสารทุนทั่วไป เนื่องจากมีการลงทุนแบบกระจุกตัว

เหมาะกับคนสไตล์แบบไหน ?

กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรมเหมาะกับคนสไตล์เดียวกันกับกองทุนรวมตราสารทุน เพียงแต่ต้องมีความรู้ในอุตสาหกรรมนั้นเป็นอย่างดี

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
กองทุนความเสี่ยงระดับที่ 8 คือ “กองทุนรวมทางเลือก” เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในทางเลือกอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสินทรัพย์พื้นฐาน เช่น ทองคำ น้ำมัน ฯลฯ

เหมาะกับคนสไตล์แบบไหน ?

กองทุนรวมทางเลือก เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้สูง เป็นคนมีความมั่นใจ กล้าได้กล้าเสีย และต้องการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวม แต่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับทางเลือกนั้น ๆ มากยิ่งขึ้น

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เหมาะกับ “กองทุนรวม” แบบไหน ?
สำหรับใครไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นลงทุนที่กองทุนรวมประเภทไหนดี พี่ทุยแนะนำว่าลองดูที่ “ระยะเวลาการลงทุน” ที่เราสามารถลงทุนได้ ยิ่งลงทุนได้นานมากเท่าไหร่ ก็จะสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากขึ้นได้

ส่วนกองทุนรวมประเภทที่ 7 และ 8 พี่ทุยอาจจะไม่แนะนำให้มือใหม่ลงทุนมากนัก เพราะว่าต้องใช้ความเข้าใจค่อนข้างเฉพาะด้าน เจาะจงในแต่ละสินทรัพย์พอสมควร ทำให้ไม่อาจจะสามารถใช้ระยะเวลาการลงทุนเข้ามาเป็นปัจจัยในการคัดเลือกได้

สุดท้าย “ระยะเวลา” เป็นเพียงตัวช่วยคัดเลือกประเภทของกองทุนในเบื้องต้นเท่านั้น แต่ยังไงก็ต้องอย่าลืมศึกษาเรื่อง “การลงทุนผ่านกองทุนรวม”เพิ่มเติมด้วย เพราะกองทุนในแต่ละประเภทก็มีหลายสิบ หรือบางประเภทอาจจะมีหลายร้อยกองทุนให้เราเลือกลงทุนเลยก็เป็นไปได้ เราจะต้องรู้วิธีการคัดเลือกกองทุนที่ดี ผู้จัดการกองทุนที่เก่งด้วย

สำหรับใครที่รู้แล้วสนใจเลือกกองทุนประเภทไหน ก็สามารถเข้าดูวิธีการคัดเลือกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ 5 ขั้นตอนการเลือก “กองทุนรวม” แบบเจาะลึกสำหรับมือใหม่

กองทุนหุ้นเวียดนาม

ณ เวลานี้ต้องบอกว่าไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งการเติบโตแห่งตลาดเวียดนาม หรือที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นมังกรตัวใหม่แห่งเอเชียได้เลย

jumbo jili

ซึ่งความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจนี้ไม่เพียงแต่เป็นที่จับตามองในภูมิภาคเอเชีย แต่ยังเป็นที่หมายตาจากทุกมุมโลก ก้าวสู่การเป็นเป้าหมายในการลงทุนที่มีคุณภาพและผลักดันการเติบโตต่อเนื่องของเวียดนามในอนาคต

พรินซิเพิลจึงอยากจะพาทุกท่านได้ทำความรู้จักและเปิดประตูรับโอกาสการลงทุนครั้งสำคัญ กับกองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ Principal Vietnam Equity Fund (PRINCIPAL VNEQ) กองทุนเวียดนามที่มีผลตอบแทนที่ดี โดยสามารถสร้างผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปี2021 (พฤษภาคม 2564) ได้ 41.78% (Benchmark : 45.51%) ในเบื้องหลังมีปัจจัยสำคัญใดมาสนับสนุนบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในโพสต์นี้

เกี่ยวกับกองทุน Principal VNEQ
รู้จักกับ PRINCIPAL VNEQ
โดย ณ ปัจจุบันเน้นการลงทุนหุ้นซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตระยะยาวตามเศรษฐกิจเวียดนาม ตัวอย่างเช่น กลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน ซึ่งเป็นพื้นฐานสนับสนุนเงินทุน/ การลงทุน รวมถึงอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากการบริโภคภายในประเทศ และการขยายตัวของสังคมเมือง ซึ่งกองทุนนี้มีจุดเด่น 4 ด้านด้วยกัน คือ

สล็อต

ลงทุนในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงโดดเด่นในภูมิภาค
กลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Actively Management ใช้กลยุทธ์ Core-Satellite Port เน้นผลตอบแทนระยะยาวและมีการสับเปลี่ยนหุ้นบางกลุ่มมาลงทุนระยะสั้นตามสภาวะตลาด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงตลาดลงทุน
ใช้ VN30 เป็น benchmark ที่มีมาตรฐานผลตอบแทนที่สูง
มีทีมบริหารกองทุนและนักวิเคราะห์ที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดเวียดนาม
เหตุผลที่กองทุน PRINCIPAL VNEQ 2021 น่าลงทุน
เหตุผลที่ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามองก็ได้แก่ 4 เหตุผลด้วยกัน
1.คาดการณ์ GDP เติบโตทั้งปี 7.6%

สล็อตออนไลน์

การบริโภคภายในประเทศเติบโตจากการบริโภคของประชากรวัยแรงงาน ซึ่งเป็นช่วงอายุที่มีการเพิ่มของรายได้และการใช้จ่ายสูง อีกทั้งประชาชนยังมีความมั่นคงทางการเงิน

ในภาคการผลิตเน้นที่สินค้าอุตสาหกรรม การบริการ ค้าปลีกและการก่อสร้าง และจะมีการเติบโตจากการบริโภคและส่งออกมากขึ้นอีก ซึ่งมีปัจจัยเสริมคือค่าแรงที่ถูก เป็นฐานการผลิตสินค้าสำคัญทั้งเอเชียและต่างชาติ เนื่องจากสิทธิพิเศษทางภาษีในการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงโอกาสการขยายความเจริญจากเมืองสู่ชนบทโดยรอบได้มาก

2.เป้าหมายเป็นประเทศมีรายได้สูงในปี 2045

เมื่อถึงปี 2045 เวียดนามตั้งเป้าหมายที่จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยมีรายได้ระดับสูง กระบวนทัศน์เน้นไปที่การพัฒนาอุตสาหกรรม และความทันสมัย การพัฒนาวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี รวมถึงนวัตกรรมและทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูง ในการขับเคลื่อนสู่การเป็นฐานการผลิตที่ทันสมัยมากขึ้น มากกว่าจะเป็นฐานการผลิตด้วยแรงงานราคาถูก

เหตุผลที่กองทุน PRINCIPAL VNEQ 2021 น่าซื้อ
3.เกิดการลงทุนตรงจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะ Manufacturing Sector

jumboslot

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคอุตสาหกรรม แปรรูป และเขตนิคมอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน และยังได้รับประโยชน์จากภาวะสงครามการค้า ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายฐานการผลิต ประกอบกับเวียดนามได้ทำข้อตกลงทางการค้าจำนวนมาก รวมถึงต้นทุนค่าแรงต่ำตามข้างต้น จึงเกิดกระแสไหลเข้าของการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment: FDI) โดยเฉพาะ Manufacturing sector ที่เป็นสัดส่วนถึง 57%

4.“หุ้นเวียดนาม” มีการเติบโตของกำไรสูง ในขณะที่มูลค่าหุ้นยังถูก

นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจตลาดหุ้นเวียดนาม เพราะถือเป็นตลาดที่ดีตลาดหนึ่ง มีราคาเหมาะสม จากกราฟจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นเวียดนามมีมูลค่าถูกตลาดหนึ่งในเอเชีย มี Forward P/E ใน 12 เดือนข้างหน้าที่ 13.9 เท่า ในขณะที่มีการเติบโตของกำไรเฉลี่ย 19.2% ต่อปี สูงกว่ากลุ่มประเทศ TIP (ไทย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์)

กองทุนเวียดนาม
ตัวอย่างของ กองทุนหุ้นเวียดนาม PRINCIPAL VNEQ – 2021 ถือครอง
ตัวอย่างของหุ้นคุณภาพที่กองทุนเข้าไปถือครองในฐานะ “นักลงทุนต่างชาติ Foreign ownership limit (FOL)” เต็มเพดาน ได้แก่

slot

“FPT Corporation (FPT)” ผู้นำในธุรกิจด้าน IT Outsourcing (Software Development, IT Solutions) ในปี 2563 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13% (ที่มา: fpt.com.vn/en, ข้อมูล ณ วันที่ 29 ม.ค. 2564) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

หรือ “Techcombank (TCB)” แบงก์เอกชนรายใหญ่ที่สุดในเวียดนามที่มีบริการที่หลากหลายตลอดจน Digital Banking Platform ที่ดีที่สุด เป็นแบงก์ที่มี ROE สูงประมาณ 18-20%, NPL ต่ำ มีเงินทุนสำรองที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มนี้ ในปีที่ผ่านมาทำกำไรเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

จะเห็นว่าหุ้นทั้ง 2 บริษัทยังคงสามารถทำกำไรได้ดี มีการเติบโตในท่ามกลาง COVID-19 ในปีที่ผ่านมาทั้งคู่ (ที่มา: techcombank.com. ข้อมูล ณ วันที่ 29 ม.ค. 2564)

รายละเอียดกองทุน กองทุนเปิด PRINCIPAL VNEQ-A
รายละเอียดกองทุน กองทุนเปิด PRINCIPAL VNEQ-A
ประเภทกองทุน: Vietnam Equity
ความเสี่ยงกองทุน: 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
เงินลงทุนขั้นต่ำในการลงทุน PRINCIPAL VNEQ-A: 1,000 บาท

วันและวลาซื้อขายกองทุน: สัปดาห์ละ 1 ครั้งในวันแรกของสัปดาห์ ก่อน 12.00 น.

ผลการดำเนินงานของ PRINCIPAL VNEQ-A ติดอันดับ 1 กองทุนที่มีผลการดำเนินย้อนหลังดีเยี่ยม ผลตอบแทนย้อนหลัง Year to date 41.78% และ 1 ปี 96.84% ดัชนีชี้วัด VN30TR Index ที่ให้ผลตอบแทน 45.51% และ 58.72% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ 31 พฤษภาคม 2564)

วิธีเลือกกองทุนรวม

คิดว่าใครหลายๆ คนก็ทราบถึงกองทุนรวม หรือที่เรียกภาษาอังกฤษว่า Mutual Fund ว่าเป็นการลงทุนประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้ลงทุนสามารถที่จะเลือกความกองทุนที่เหมาะกับลักษณะการลงทุนของตนเองได้ เช่นรับความเสี่ยงได้น้อย ควรเลือกกองทุนแบบนี้ หรือถ้ารับได้มาก ก็ควรไปลงกองทุนนั้น

jumbo jili

แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่ากองทุนไหนที่เราควรจะเลือก 10 หัวข้อที่ควรจะต้องดู

  1. นโยบายหลัก
    นโยบายหลัก หมายถึง กองทุนรวมนั้นนำเงินของนักลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ไหน โดยสินทรัพย์หลักที่กองทุนรวมไปลงทุนมี 6 ประเภท คือ ตลาดเงิน ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารทุน สินค้าโภคภัณฑ์ และแบบผสมของกองทุนที่กล่าวมา
  2. นโยบายรอง
    นโยบายรอง หมายถึง กองทุนรวมนั้นมีลักษณะการลงทุนที่พิเศษนอกเหนือไปจากนโยบายหลักอย่างไรบ้าง ซึ่งนโยบายรองเหล่านี้มักนำมาซึ่งผลตอบแทนที่แตกต่างกันในกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์เดียวกัน

สล็อต

  1. เงื่อนไขทางภาษี
    อันนี้ก็สำคัญ สำหรับพนักงานเงินเดือนที่ต้องเสียภาษี กองทุนบางอย่างเราสามารถนำไปหักภาษีได้ ช่วยให้ได้รับเงินคืน เช่นพวกที่อยู่ใน LTF หรือ RMF
  2. พอร์ตการลงทุน
    สิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้คือ ดูพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตัวกองทึนรวมที่เราสนใจด้วย เพราะมันจะบอกได้ว่ากองทุนรวมนั้นมีโอกาสได้กำไร หรือขาดทุน นักลงทุนควรทำความรู้จักว่ากองทุนรวมที่สนใจลงทุนในสินทรัพย์อะไรอยู่บ้าง และสินทรัพย์นั้นมีแนวโน้มในอนาคตเป็นอย่างไร
  3. ค่าธรรมเนียม
    ค่าธรรมเนียมกองทุนนั้นถือเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญมากในการลงทุน เพราะมีส่วนกำหนดผลตอบแทนในอนาคต:

สล็อตออนไลน์

กองทุนรวมที่มีค่าธรรมเนียมมาก > ผลตอบแทนที่นักลงทุนควรจะได้รับต่ำลง เพราะต้องแบ่งเงินบางส่วนออกไปจ่ายเป็นค่าธรรมเนียม

เพราะฉนั้นนักลงทุนควรเลือกกองทุนรวมที่มีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเหมือนกัน

  1. ตอบแทนย้อนหลัง
    การดูผลตอบแทนย้อนหลังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผลาดไม่ได้ เพราะมันสามารถบ่งบอกถึงแนวโน้มว่ากองทุนรวมนั้นๆ จะมีโอกาสทำกำไรหรือไม่ โดยส่วนใหญ่นิยมเปรียบเทียบผลตอบแทนกับดัชนีที่เหมาะสมเป็นหลักซึ่งต่างไปในแต่ละสินทรัพย์ เช่น

กองทุนรวมตราสารเงิน : ค่าเฉลี่ยดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุด 3 ธนาคารของประเทศ
กองทุนรวมตราสารหนี้ : ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล

  1. ความเสี่ยง
    ดูความเสี่ยงก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ ถึงแม้จะจับต้องได้ยากเพราะต้องอาศัยการประเมินและประสบการณ์ หากนักลงทุนเข้าใจสินทรัพย์การลงทุนได้ดี นักลงทุนก็จะเข้าใจถึงปัจจัยความเสี่ยงได้ดีในระดับหนึ่ง

jumboslot

หนึ่งในปัจจัยที่ใช้ดูเรื่องความเสี่ยงคือ Sharp Ratio ซึ่งเป็นค่าทางสถิติที่คำนวณมาจากผลตอบแทนย้อนหลังเปรียบเทียบกับความผันผวนย้อนหลัง

  1. นโยบายจ่ายปันผล

ขึ้นอยู่ความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในระหว่างการลงทุน เช่น หากต้องการกระแสเงินสดเพื่อนำไปใช้จ่ายต่อ ก็ควรเลือกกองทุนที่มีการจ่ายค่าปันผล แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้ หรือเอาเงินปันผลไปลงทุนอยู่ดี ก็ดูกองทุนที่ไม่มีจ่ายเงินปันผล

อนึ่งการที่ยังไม่รับเงินปันผล จะสามารถประหยัดค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายไปได้ กองทุนที่มีนโยบายไม่จ่ายเงินปันผลจะประหยัดภาษีกว่ากองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ยกเว้น กรณีที่นักลงทุนสามารถขอคืนภาษีได้ทั้งหมด

  1. เงื่อนไขการซื้อ

แน่นอนว่าแต่ละกองทุนมีการบริหารจัดการจากคนละบริษัท นโยบายจึงแตกต่างกันไปด้วย โดยเรื่องหลักๆ ที่ต้องดูมรดังนี้

slot

จำนวนขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรก
จำนวนขั้นต่ำในการซื้อครั้งถัดไป
สถานที่ซื้อ เช่น บลจ.โดยตรง ธนาคารที่เป็นนายหน้า ออนไลน์
วิธีการซื้อ เช่น จ่ายเงินสด ตัดบัตรเครดิต ตัดบัญชีแบบอัตโนมัติ
ราคาอ้างอิงของหน่วยลงทุนที่จะได้

  1. เงื่อนไขการขายคืน
    เงื่อนไขการขายคืนก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเราอาจจะได้กำไรระหว่างทาง แต่พอตอนขายคืนกลับกลายเป็นขาดทุนจากการขายคืน สรุปจากได้กำไรกลายเป็นขาดทุน โดยเรื่องที่ต้องดูหลักมีดังนี้

เงื่อนไขในการขายคืน > แบบเปิด vs แบบปิด
จำนวนขั้นต่ำในการขายคืน
สถานที่ขายคืน เช่น บลจ.โดยตรง ธนาคารที่เป็นนายหน้า ออนไลน์
วิธีการได้รับเงิน เช่น รับเป็นเงินสด รับเป็นเงินเข้าบัญชีธนาคาร รับเป็นเช็ค
ราคาอ้างอิงของหน่วยลงทุนที่จะได้
จำนวนวันที่จะได้รับเงินคืน
นอกจาก 10 หัวข้อข้างต้นแล้ว นักลงทุนยังต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับราคาซื้อขายของกองทุน หรือที่เรียกว่า NAV หรือ Net Asset Value ที่เกิดจากการคำนวณทรัพย์สินรวมของกองทุนเพื่อตีเป็นราคาในการซื้อขาย

กองทุนรวมถือเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้มีเวลาหรือความสนใจในการจะศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างเต็มที่เพื่อจะลงทุนได้ด้วยตนเอง กองทุนรวมก็จะช่วยทุ่นแรงในการหาผู้จัดการกองทุนมาช่วยลงทุนและดูแลเงินของนักลงทุนให้

3 ข้อต้องทำ ก่อนจะซื้อกองทุนรวม

หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีประสบการณ์การลงทุนน้อย มีเงินลงทุนไม่มาก หรือไม่มีเวลาในการวิเคราะห์ติดตามข่าวสารข้อมูลอย่างใกล้ชิด ดังนั้นการเลือกซื้อกองทุนรวมจึงเป็นคำตอบสำหรับคนทั่วไป นอกจากจะได้ลงทุนแล้วยังเป็นการออมเงินเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีกลับมาให้เราได้

jumbo jili

ในส่วนของผลตอบแทนนั้นจะอยู่ใน 2 รูปแบบ คือ

  1. ส่วนต่างกำไร หรือที่เรียกว่า Capital gain
  2. เงินปันผล หรือ Dividend
    แต่เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กองทุนที่เราจะซื้อมีปันผลให้เราหรือไม่ ต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนครับ

สล็อต

นี้เป็น 3 ขั้นตอน “ต้องทำ” ก่อนจะซื้อกองทุนรวมฉบับมือใหม่ มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

  1. คัดเลือกธีมที่เราจะลงทุน คัดเลือกกองทุนรวม
    ก่อนจะซื้อ เราต้องเลือกก่อนว่าเราจะเลือกลงทุนในธีมอะไร ธีมเทคโนโลยี ธีมการลงทุนต่างประเทศ กองทุนหุ้นจีน กองทุนหุ้นอเมริกา ซึ่งปัจจุบันมีให้เราเลือกมากมายตามแต่ละ บลจ.ที่มีอยู่มาก

** ทดลองคัดกรองกองทุนรวมได้ที่ www.aimc.or.th และ www.morningstarthailand.com

  1. เจาะลึกข้อมูล อ่านหนังสือชี้ชวน และ Fund Fact Sheet
    เมื่อเราธีมและกองทุนที่ต้องการแล้ว อันดับต่อมาคือศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลให้เข้าใจว่ากองทุนนี้ลงทุนในอะไรบ้าง มีสัดส่วนเท่าไร มีนโยบายจ่ายปันผลไหม โดยการอ่านจากหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน และ Fund Fact Sheet ซึ่งเราสามารถหาอ่านได้จากเว็บไซด์ของ บลจ. นั้นๆเองได้เลย

สล็อตออนไลน์

  1. วิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆที่สะดวกต่อเรา
    เมื่อเลือกกองทุนที่ถูกใจแล้วเราอาจจะศึกษาปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น

ค่าธรรมเนียมของกองทุน – การซื้อขายแต่ละครั้งต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าบริหารกองทุนเท่าไร มีความคุ้มค่ามากไหม เพราะค่าธรรมเนียมถือเป็นต้นทุนของผู้ถือหน่วยที่จะต้องจ่าย
ถ้ากองทุนมีขนาดเล็ก เราอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมมาก
ถ้ากองทุนมีขนาดใหญ่ เราอาจจะเสียค่าธรรมเนียมน้อย

jumboslot

ความสะดวกในการซื้อ
ดูว่า บลจ. นั้นๆซื้อขายได้ง่ายไหม มีการซื้อขายผ่านแอป ผ่านอินเตอร์เน็ต หรือซื้อขายที่สาขาเพียงอย่างเดียว

สุดท้ายก่อนตัดสินใจซื้อกองทุน นอกจากจะทำความเข้าใจกองทุนแล้ว เรายังต้องทำความเข้าใจตัวเองด้วยว่ารับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน เงินที่เราลงทุนเป็นเงินที่เราพร้อมจะสูญเสียไหมถ้าไม่ได้เป็นไปตามที่คาด เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง เราสามารถสร้างผลตอบแทน สร้างกำไรได้ ก็ขาดทุนได้เช่นเดียวกัน

slot

คิดว่าใครหลายๆ คนก็ทราบถึงกองทุนรวม หรือที่เรียกภาษาอังกฤษว่า Mutual Fund ว่าเป็นการลงทุนประเภทหนึ่ง ซึ่งผู้ลงทุนสามารถที่จะเลือกความกองทุนที่เหมาะกับลักษณะการลงทุนของตนเองได้ เช่นรับความเสี่ยงได้น้อย ควรเลือกกองทุนแบบนี้ หรือถ้ารับได้มาก ก็ควรไปลงกองทุนนั้น

แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่ากองทุนไหนที่เราควรจะเลือก 10 หัวข้อที่ควรจะต้องดู

  1. นโยบายหลัก
    นโยบายหลัก หมายถึง กองทุนรวมนั้นนำเงินของนักลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ไหน โดยสินทรัพย์หลักที่กองทุนรวมไปลงทุนมี 6 ประเภท คือ ตลาดเงิน ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารทุน สินค้าโภคภัณฑ์ และแบบผสมของกองทุนที่กล่าวมา
  2. นโยบายรอง
    นโยบายรอง หมายถึง กองทุนรวมนั้นมีลักษณะการลงทุนที่พิเศษนอกเหนือไปจากนโยบายหลักอย่างไรบ้าง ซึ่งนโยบายรองเหล่านี้มักนำมาซึ่งผลตอบแทนที่แตกต่างกันในกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์เดียวกัน
  3. เงื่อนไขทางภาษี
    อันนี้ก็สำคัญ สำหรับพนักงานเงินเดือนที่ต้องเสียภาษี กองทุนบางอย่างเราสามารถนำไปหักภาษีได้ ช่วยให้ได้รับเงินคืน เช่นพวกที่อยู่ใน LTF หรือ RMF
  4. พอร์ตการลงทุน
    สิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้คือ ดูพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตัวกองทึนรวมที่เราสนใจด้วย เพราะมันจะบอกได้ว่ากองทุนรวมนั้นมีโอกาสได้กำไร หรือขาดทุน นักลงทุนควรทำความรู้จักว่ากองทุนรวมที่สนใจลงทุนในสินทรัพย์อะไรอยู่บ้าง และสินทรัพย์นั้นมีแนวโน้มในอนาคตเป็นอย่างไร

ซื้อกองทุนที่ไหนดีกว่ากัน

สวัสดีครับ นักลงทุนทุกท่าน กลับมาพบกันกับผม “หมอนัท” อีกครั้งที่คอลัมน์ Fund Clinic แห่งนี้ ปกติแล้วผมจะเขียนบทความถึงการลงทุนกับกองทุนรวมเสียเป็นส่วนใหญ่ ว่ากองทุนไหนที่น่าสนใจ หรือว่าอยู่ในกระแส และมีแนวโน้มการลงทุนที่ดีก็จะนำมาพูดคุยกันอย่างเสมอๆ แต่วันนี้จะขอพูดคุยเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุนสักเล็กน้อย

jumbo jili

ซึ่งเป็นเรื่องสบายๆ แต่ก็เป็นเรื่องที่มีคำถามเข้ามาหาผมมากพอสมควร และเป็นหนึ่งในคำถามยอดนิยมเลยก็ว่าได้ครับ

เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่อยากจะเริ่มลงทุนในกองทุนรวมก็มักจะเสาะหา “สถานที่ซื้อ หรือแหล่งที่ซื้อกองทุน” ที่สะดวกสบาย ใกล้บ้าน หรือว่าเป็นบริษัทที่เชื่อถือได้เป็นหลัก หรือบางครั้งก็พยายามถามว่าซื้อกับธนาคารไหนดี ซึ่งนักลงทุนหลายๆ คน โดยเฉพาะมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นคงคิดว่าน่าจะมีธนาคารที่เก่งกาจในเรื่องนี้ และมีกองทุนที่ดี และก็คงคิดว่าผลตอบแทนจากกองทุนที่มาจากธนาคารนั้น ต้องดีแน่ๆ เพื่อที่จะได้เลือกลงทุนกับธนาคารแห่งนั้นที่เดียวไปเลย ซึ่งผมจะบอกเลยครับว่า ไม่มีธนาคารไหนที่จะมีกองทุนที่ดีทุกกองทุนครับ แต่ละธนาคารจะมี

จุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป แต่ว่าการลงทุนในกองทุนนั้นไม่จำเป็นต้องซื้อกองทุนผ่านธนาคารเพียงอย่างเดียวนะครับ มีอีกหลายที่เลยที่เราสามารถลงทุนได้ และบางครั้งน่าจะตอบโจทย์การลงทุนในกองทุนมากกว่าเสียด้วยซ้ำครับ

สล็อต

แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จักว่ามีที่ไหนบ้าง เรามารู้จักตัวย่อและผู้เกี่ยวข้องของบริษัทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการลงทุนกันก่อนนะครับ

1.บลจ. = บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน-มีหน้าที่คือ เป็นโรงงานผลิตกองทุนออกมาขายใหักับนักลงทุนนั่นเองครับ

2.บล. = บริษัทหลักทรัพย์-มีหน้าที่เป็นนายหน้าในการซื้อขาย หุ้น กองทุน และสินทรัพย์อื่นๆ พูดง่ายๆ ว่า บล.จะเอากองทุนของแต่ละ บลจ.ที่ผลิตออกมา มาขายต่อให้กับนักลงทุนนั่นเองครับ

3.บลน. = บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน-มีหน้าที่เป็นนายหน้าในการซื้อขายกองทุนเพียงอย่างเดียวครับ ไม่เหมือนกับ บล.ที่สามารถเป็นนายหน้าซื้อขายหุ้นได้ด้วย

4.ตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน-อันนี้เป็นบุคคลธรรมดาที่มีใบอนุญาตในการทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำ และซื้อขายหน่วยลงทุน เราอาจจะเคยเห็นเพื่อนๆ เราที่ทำงานด้วยกัน ขายประกันใช่ไหมครับ คล้ายกันครับ แต่เพื่อนๆ กลุ่มนี้จะขายกองทุนแทนนั่นเอง

คราวนี้เรามาต่อกันครับ เชื่อว่าหลายๆ คน อยากรู้แล้วใช่ไหมครับว่ามีทางไหนบ้างที่เราจะซื้อกองทุนได้อย่างสบายใจ ตามผมมาครับ

สล็อตออนไลน์

ทองคำ 13 ส.ค. ขึ้น 100 บาท
บาทเปิด 33.11บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่า
ซื้อกองทุนกับธนาคาร และ บลจ.โดยตรง

ข้อดี-อันนี้น่าจะเป็นช่องทางที่ง่ายที่สุด เพียงแค่เดินเข้าไปในธนาคารที่อยู่ใต้ตึกที่ทำงาน หรือว่าใกล้บ้าน และวิธีการก็ง่ายมากครับ เหมือนกับการเปิดบัญชีเงินฝากเท่านั้นครับ ท่านก็สามารถลงทุนในกองทุนได้แล้ว

นอกจากนี้ ยังได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ โดยตรง เช่น ถ้าลงทุนในกองทุน EEE จะได้บัตรเครดิต หรือสิทธิพิเศษในระดับ Gold ด้วยนั่นเอง

ข้อสังเกต-วิธีนี้ส่วนใหญ่ธนาคารเองก็จะเลือกขายเฉพาะกองทุนที่ออกโดย บลจ.ที่เป็นเครือข่ายของธนาคารนั้นๆ ครับ เช่น ธนาคาร AAA ก็จะมีขายกองทุนที่ออกโดย บลจ. AAA ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกัน หรือว่ามีความผูกพันกันอยู่ครับ

jumboslot

และกองทุนดีๆ ไม่ได้รวมกันอยู่ที่เดียว เช่น กองทุนหุ้นของธนาคารนี้น่าสนใจ แต่กองทุนตราสารหนี้ของอีกธนาคารทำผลตอบแทนได้ดี เราก็ควรที่จะไปซื้อกองทุนตราสารหนี้จากอีกธนาคารนึง ซึ่งจะเสียเวลาเยอะพอสมควรครับ และการที่จะติดตามพอร์ตการลงทุนก็เป็นไปได้ยากเช่นกันครับ

ซื้อกับ บล.และ บลน.หรือตัวแทนขายหน่วยลงทุน

ข้อดีคือ เนื่องจากว่า บล.และ บลน.นั้น เป็นตัวแทนขายที่ค่อนข้างจะมีกองทุนให้เลือกมากกว่าครับ คือ มีกองทุนดีๆ ของแต่ละ บลจ.มารวมกับไว้ในที่เดียว แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับว่า บล. หรือว่า บลน.นั้น ได้ตกลงกับ บลจ.ไว้กี่เจ้า ซึ่งถ้ามีกองทุนหลากหลายก็น่าสนใจ

slot

เนื่องจากว่า บล.และ บลน.นั้นจะมีการรวมผลตอบแทนจากกองทุน มีข้อมูลกองทุน รวมถึงบทวิเคราะห์เปรียบเทียบกองทุนได้อย่างกว้างขวางเลยทีเดียวครับ นอกจากนี้ค่าธรรมเนียมก็ไม่ได้แพง

ไม่ได้เสียค่าธรรมเนียมในการลงทุนเพิ่มมากขึ้นแต่อย่างใด

ส่วนข้อสังเกตคือ คนที่ลงทุนกับ บล.อาจจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับการลงทุนโดยตรงกับทางธนาคาร หรือ บลจ.น่าจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเลือกที่ซื้อกองทุนมากขึ้นนะครับ ส่วนวันนี้ผมขอลาไปก่อน แล้วพบกันครั้งหน้า สวัสดีครับ

ทำไม SSF ถึงน่าซื้อในปีนี้

หนึ่งในตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่น่าสนใจประจำปี 2564 คงหนีไม่พ้นกับกองทุน SSF หรือ กองทุนรวมเพื่อการออม ซึ่งถือว่า กองทุน SSF นี้เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกคน

jumbo jili

5 เทคนิคเลือกกองทุน SSF อย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง

โดยเงื่อนไขในการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีนั้น มีดังนี้

ผู้เสียภาษีสามารถซื้อกองทุนรวม SSF ได้สูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี แต่เงินที่ซื้อสูงสุดต้องไม่เกิน 200,000 บาท
นอกจากนั้นเมื่อนำยอดซื้อกองทุนรวม SSF มารวมกับค่าลดหย่อนในกลุ่มเกษียณ ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) + กบข./กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน + กองทุนการออมแห่งชาติ + ประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทอีกด้วย
หากซื้อ กองทุน SSF ในปีไหนจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีในปีนั้นทันที โดยไม่มีเงื่อนไขให้ซื้อติดต่อกันเหมือนกับ RMF
เมื่อซื้อแล้ว ต้องถือครองกองทุน SSF เป็นเวลา 10 ปี (เต็ม) นับตั้งแต่วันที่ซื้อกองทุน

สล็อต

ซึ่งถ้าหากใครปฎิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้ และขายกองทุนหลังจากที่ครบกำหนดแล้ว กฎหมายยังยกเว้น กำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ให้ไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย

อย่างที่บอกไปว่า กองทุน SSF มีหลายระดับความเสี่ยงให้เลือกลงทุนตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง และยังให้สิทธิ์ในการสับเปลี่ยนกองทุนได้ตลอด (การสับเปลี่ยนในกลุ่มกองทุน SSF ไม่ถือเป็นการขายและซื้อหน่วยลงทุนใหม่) หากไม่พอใจกับผลการดำเนินงานของบลจ. ที่ลงทุนอยู่ในปัจจุบัน

จะเห็นว่าเงื่อนไขของการลงทุนในกองทุน SSF นั้นเหมาะกับการถือครองในระยะยาว ซึ่งนอกจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว สิ่งที่ได้เพิ่มเติมจากการลงทุน คือ ผลตอบแทนนั่นเอง

อีกเหตุผลสำคัญที่ กองทุน SSF เป็นกองทุนที่น่าลงทุนในปีนี้ ก็เพราะว่ามันถูกออกแบบมาให้สำหรับคนที่เป้าหมายในระยะยาว (10 ปีขึ้นไป) โดยที่ไม่ไปรวมกับส่วนที่เป็นการลงทุนเพื่อการเกษียณอย่าง RMF เช่น กลุ่มเด็กจบใหม่ หรือ กลุ่มที่เริ่มทำงาน ที่ต้องการเก็บเงินตามเป้าหมายในระยะ 10 ปีขึ้นไป เพื่อรองรับอนาคตข้างหน้า หรืออาจจะเป็นกลุ่มที่ต้องการเก็บเงินแยกออกจากเงินเกษียณตามวัตถุประสงค์ด้านอื่นๆ เพราะข้อดีของกองทุน SSF คือ เราไม่จำเป็นต้องซื้อทุกปี แค่ซื้อแล้วต้องถือครองตามเวลาที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

สล็อตออนไลน์

ข้อดีของกองทุน SSF และเทคนิคการเลือก กองทุน SSF ให้เหมาะสม

อย่างไรก็ดี นอกจากจะเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่ว่ามาแล้ว ยังมีเทคนิคเลือกกองทุน SSF ให้โดนใจแบบง่ายๆ มาฝากกันด้วย โดยใช้หลักการ 3 ข้อดังนี้

เป้าหมายการลงทุนกองทุน SSF ในระยะยาว

  1. ถามความต้องการของตัวเองก่อน นั่นคือ เป้าหมายในการลดหย่อนภาษี และ ลงทุนระยะยาว 10 ปีขึ้นไป พร้อมกับกระแสเงินสด (สภาพคล่อง) ในแต่ละปี ถ้าหากตอบคำถามตัวเองได้ว่า ในเมื่อเราเสียภาษี และมีเงินอยู่ พร้อมที่จะลงทุนตามเป้าหมายที่วางไว้ข้างหน้าอย่างน้อย 10 ปี กองทุน SSF นี้ก็อาจจะเป็นคำตอบที่น่าสนใจ

ประเมินผลตอบแทนและความเสี่ยงกองทุน SSF

jumboslot

  1. ประเมินผลตอบแทน ความเสี่ยง และสไตล์การลงทุนของกองทุนที่เหมาะกับเรา ทั้งเรื่องการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น ทองคำ หรือ แบบผสมผสานการลงทุนในหลายสินทรัพย์ ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมในแต่ละระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งถ้าหากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมกับประเมินความเสี่ยงไว้ครบถ้วนแล้ว การเลือกสินทรัพย์ลงทุนก็จะยิ่งง่ายขึ้นไปอีก

ค่าธรรมเนียม เงินปันผล และผลตอบแทนของกองทุน SSF

slot

  1. พิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าธรรมเนียม เงินปันผล ผลตอบแทนที่ผ่านมา โดยปัจจัยในการพิจารณาอยู่ที่น้ำหนักของแต่ละคนที่ให้กับเรื่องนั้น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมเหมาะสมกับผลการดำเนินงานหรือไม่ เราอยากได้รับเงินปันผลเป็นกระแสเงินสดมาเรื่อย ๆ หรือไม่ (แต่ต้องแลกกับการเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%) ไปจนถึงผลการดำเนินงานของกองทุนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากกองทุน SSF บางกองเป็นกองที่มีนโยบายการลงทุนเหมือนกับกองทุนเดิมของ บลจ. ซึ่งตรงนี้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาด้วยว่าเราให้น้ำหนักกับเรื่องไหนเป็นพิเศษหรือไม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวม

กองทุนรวม มักจะเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่นักลงทุนมือใหม่จะเลือกลงทุน เนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์การลงทุนมากนัก จึงไม่กล้าที่จะเลือกลงทุนในหุ้นเอง หรือไม่มีเวลาตามข่าวสารตลาด การที่มีผู้จัดการกองทุนนำเงินไปบริหารการลงทุนให้น่าจะดีกว่า แม้จะเป็นนักลงทุนมือใหม่ แต่มักจะเห็นว่าได้มีการศึกษาหาความรู้อยู่ตลอด ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมขึ้นมา มาดูกันว่าคำถาม 10 อันดับแรกที่พบเจอบ่อยเป็นคำถามอะไรกันบ้าง

jumbo jili

อันดับ 10 ตอนเช้าตลาดหุ้นตกหนัก ซื้อเพิ่มเลยดีไหม

การคิดราคา หรือ NAV ของกองทุน จะใช้ราคาปิดของตลาดหุ้นในแต่ละวัน ดังนั้นการดูภาพรวมตลาดจะเหมาะกับนักลงทุนที่ซื้อกองทุนดัชนี หากตอนเช้าตลาดเป็นขาลง แต่ตอนตลาดปิดพลิกกลับมาเป็นขาขึ้น จะทำให้ราคา NAV ของวันนี้จะสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน

อันดับ 9 ยิ่งกระจายความเสี่ยงยิ่งดี งั้นซื้อหลายๆ กองดีไหม

ถ้าเป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนคล้ายๆ กัน เช่น กองทุนรวมหุ้น การถือหลายๆ กอง อาจจะเกิดการลงทุนทับซ้อนกันได้ เพราะจะมีการถือหุ้นตัวเดียวกัน แบบนี้จะไม่ช่วยในเรื่องการกระจายความเสี่ยง หากต้องการเน้นลงทุนในหุ้นเป็นหลัก การกระจายการลงทุนไปในหุ้นประเทศอื่นๆ อาจจะช่วยลดความผันผวนได้ เนื่องจากเศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะไม่ขึ้นและลงพร้อมๆ กัน ทำให้สามารถรักษาผลตอบแทนของพอร์ตได้

อันดับ 8 ซื้อกองทุน Passive หรือ Active ดีกว่ากัน

การจะเลือกแบบไหนนั้น ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละท่าน กองทุน Passive จะเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับตลาด สามารถรับความผันผวนได้บ้าง ส่วนกองทุน Active จะมีความผันผวนมากกว่า เนื่องจากจะมีโอกาสที่ผลตอบแทนจะสูงกว่าตลาดได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะขาดทุนได้มากกว่าตลาดเช่นกัน ดังนั้นจึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง

สล็อต

อันดับ 7 ซื้อกองทุนวันปิดสมุดทะเบียนจะได้ปันผลไหม

วันปิดสมุดทะเบียน หรือ XD ย่อมาจาก Excluding Dividend ดังนั้นการซื้อวันปิดสมุดทะเบียน จะไม่ได้เงินปันผลแล้ว หากต้องการรับเงินปันผลในรอบนี้ นักลงทุนจะต้องซื้อก่อนวันปิดสมุดทะเบียน

อันดับ 6 ซื้อกองทุน IPO ดีไหม

การซื้อกองทุน IPO มีข้อดีตรงที่มีค่าธรรมเนียมตอนซื้อที่ต่ำกว่าช่วงหลัง IPO เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งค่าธรรมเนียมนั้นเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อกองทุน ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก คือ นโยบายการลงทุน การกระจายความเสี่ยง และผลตอบแทนที่ผ่านมา (กรณีเป็นกองทุนแบบ Feeder Fund) หากนักลงทุนยังไม่มั่นใจนัก อาจจะรอดูผลตอบแทนระยะสั้นประมาณ 3-6 เดือนก่อน เพื่อดูว่าเทียบกับ Benchmark แล้ว ทำผลตอบแทนได้ใกล้เคียงหรือดีกว่าไหม

อันดับ 5 ทำไมซื้อกองทุนแล้วได้ราคาไม่ตรงกับในเว็บ

สล็อตออนไลน์

ราคา หรือ NAV ที่แสดงในเว็บ จะเป็นราคาที่ไม่รวมค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ของกองทุน ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้จะไม่ได้หักจากเงินลงทุนที่เราซื้อกองทุนไป แต่จะหักอยู่ในราคา NAV เลย ทำให้เวลาที่เราเข้าซื้อ จะขึ้นราคา NAV ที่แพงกว่า และเวลาขายออก จะขายได้ราคา NAV ที่ต่ำกว่า

คำถามยอดฮิตเพิ่มเติม : นอกจากคำถามว่าซื้อกองทุนแล้วได้ราคาไม่ตรงกับในเว็บเนื่องจากเรื่องค่าธรรมเนียมแล้ว หลายคนสงสัยว่า ซื้อกองทุนรวมวันนี้ จะได้ NAV วันไหน ในเมื่อ NAV ที่โชว์บนเว็บหรือในแอป ยังเป็น NAV เมื่อ 2-3 วันที่แล้วอยู่

คำตอบคือ จะได้รับ NAV ของวันที่ซื้อ (ก่อนเวลา cut-off time ของแต่ละกอง) ตัวอย่างเช่น ซื้อกองทุน xx วันที่ 26 ม.ค. 64 ก่อนเวลา cut-off time ก็จะได้ NAV กองทุนนั้นของวันที่ 26 ม.ค. 64 (หลังตลาดปิดแล้ว) อย่างไรก็ตาม การซื้อกองทุนรวมจะเป็นแบบ T+1 สำหรับกองในประเทศ และ T+2-3 สำหรับกองต่างประเทศ กล่าวคือ หลังจากซื้อกองทุนแล้ว ต้องรอประมาณ 2-3 วันทำการ NAV ถึงจะขึ้นโชว์บนพอร์ต (ถ้าซื้อ 26 ม.ค. Nav จะขึ้นโชว์บนพอร์ตเราประมาณ 28-29 ม.ค. เป็นต้น)

อันดับ 4 กองทุนปันผลกับไม่ปันผลแบบไหนดีกว่า

กองทุนปันผลจะเหมาะกับนักลงทุนต้องการกระแสเงินสดกลับมาใช้ในชีวิตประจำวัน และไม่ได้ต้องการกำไรจากส่วนต่างของราคามากนัก หากนักลงทุนต้องการกำไรจากส่วนต่างของราคา กองทุนปันผลอาจจะไม่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากเมื่อมีการจ่ายปันผลออกมา ราคา NAV ของกองทุนจะลดลง ทำให้ราคา NAV ของกองทุนปันผลนั้นไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

jumboslot

อันดับ 3 กองทุนที่ถืออยู่ขาดทุนทำอย่างไรดี

ส่วนใหญ่ก่อนที่นักลงทุนจะตัดสินใจซื้อกองทุน มักจะซื้อเพราะต้องการลงทุนในระยะยาว แต่เมื่อขาดทุนจะความกังวลใจ ดังนั้นอยากให้ย้อนกลับไปตอนที่ตัดสินใจซื้อ ว่าซื้อเพราะอะไร เมื่อขาดทุนแล้วกองทุนนี้ยังตอบโจทย์เป้าหมายในตอนแรกอยู่ไหม ถ้าพื้นฐานยังดีอยู่ จะเป็นช่วงที่เหมาะสมในการซื้อเพิ่ม แต่หากไม่ดีแล้วก็คงต้องจากลากันไป เลือกกองใหม่ที่ตอบโจทย์เป้าหมายดีกว่า

อันดับ 2 DCA วันไหนดี

การลงทุนแบบ DCA หรือ Dollar Cost Average เป็นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยทุกเดือน ด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กัน นักลงทุนหลายๆ ท่านจะอยากเลือกวันที่ได้ราคาต่ำที่สุด แต่จริงๆ การลงทุนแบบ DCA นั้นเหมาะกับการลงทุนในระยะยาว ดังนั้นควรเลือกวันที่เราสะดวกที่สุดดีกว่า เช่น เลือก DCA วันที่เงินเดือนออก จะได้เป็นการออมก่อนใช้ไปในตัว เนื่องจากราคา NAV ในหนึ่งเดือนไม่ได้มีความผันผวนมากเกินไป

slot

อันดับ 1 กองทุนไหนดี

คำถามยอดฮิตอันดับ 1 เชื่อว่าผู้อ่านเองคงจะเคยเป็นฝ่ายถาม หรือ โดนถามมาบ้าง เป็นคำถามที่ตอบยากจริงๆ เพราะยังไม่ทราบว่าผู้ถามมีเป้าหมายการลงทุนอะไร ระยะเวลาการลงทุนนานเท่าไหร่ รับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน กองทุนที่ดีของคนหนึ่ง อาจจะไม่ดีต่ออีกคนก็ได้ เนื่องจากการมีเป้าหมายที่ต่างกัน ระยะการลงทุนและการยอมรับความเสี่ยงที่ต่างกัน ส่งผลต่อการเลือกกองทุนทั้งหมด ดังนั้นหากผู้ถามให้แนบคำตอบเหล่านี้มาด้วย จะทำให้ตอบได้ง่ายขึ้นค่ะ

จบไปแล้วสำหรับ 10 อันดับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวม จะเห็นว่าหลักสำคัญของการลงทุนนั้น นักลงทุนควรจะเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยง เมื่อเกิดผลขาดทุนจะได้ไม่มีอาการกังวลใจเกินไป หรือ สามารถสับเปลี่ยนกองทุนใหม่ได้

วิธีเลือกกองทุนดัชนี

หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเลือกกองทุนดัชนีที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างไร ขอให้คุณพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้

jumbo jili

รูปแบบการลงทุน หากคุณต้องการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว การลงทุนดัชนีหุ้นดูจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่หากคุณต้องการความมั่นคง คุณอาจเลือกลงทุนในดัชนีตราสารหนี้

ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ คุณยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน ความเสี่ยงเฉพาะของกองทุนมีอะไรบ้าง กองทุนดัชนีนี้ตอบโจทย์ความต้องการลงทุนไหม

ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมเวลาซื้อกองทุนแพงไหม แล้วเวลาขายกองทุนจะโดนหักเยอะมั้ย ค่าใช้จ่ายกองทุนถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับกองทุนดัชนีอื่น

วิธีดูว่ากองทุนใดเป็นกองทุนดัชนี

หากคุณสงสัยว่ากองทุนที่คุณดูอยู่เป็นกองทุนดัชนีหรือไม่ คุณเพียงแค่คลิกดูหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ หากกลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุนเป็นดังที่แสดงในภาพด้านล่างแล้วล่ะก็ กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนดัชนี

ในกรณีที่คุณคลิกหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม หากนโยบายการลงทุนเป็นแบบภาพด้านล่างล่ะก็ กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนดัชนี

สล็อต

สรุป

กองทุนดัชนี (Index Fund) คือกองทุนรวมหรือกองทุนอีทีเอฟที่ลงทุนเลียนแบบดัชนีอ้างอิง เช่น SET50, S&P500 และ DJIA เป็นต้น

กองทุนดัชนีใช้ลงทุนเชิงรับที่มีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงมากที่สุด พูดง่าย ๆ คือ หากดัชนีวิ่งขึ้น 5% กองทุนดัชนีควรจะวิ่งขึ้นให้ได้ใกล้เคียง 5% มากที่สุด

กองทุนดัชนีมาพร้อมกับความเสี่ยงต่ำ ค่าใช้จ่ายต่ำ ผลตอบแทนระยะยาวและเหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ แต่นักลงทุนก็ต้องยอมรับการขาดความยืดหยุ่น ผลตอบแทนที่จำกัดและการยอมรับว่าผลตอบแทนอาจเบี่ยงเบนจากดัชนีอ้างอิง (มากกว่าหรือน้อยกว่าดัชนีอ้างอิง)

สล็อตออนไลน์

กองทุนดัชนีมีต้นทุนการบริหารต่ำกว่ากองทุนแบบ Active Fund เพราะกองทุนดัชนีเพียงแค่เลียนแบบการลงทุนแบบเดียวกับดัชนี ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องจ้างบุคลากรในการค้นหาหลักทรัพย์แต่อย่างใดและดัชนีมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบไม่กี่ครั้งต่อปี ทำให้กองทุนดัชนีมีจำนวนธุรกรรมน้อยครั้งกว่า

ขณะที่กองทุนแบบ Active Fund จำเป็นต้องจ้างทีมงานค้นคว้าหาหลักทรัพย์ที่ใช่เข้ากองทุน ทำให้มีการทำธุรกรรมบ่อยครั้งกว่าและค่าใช้จ่ายสูงกว่า

ค่าใช้จ่ายของกองทุนดัชนีต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กองทุนแบบ Active Fund มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1% จนถึง 2.5%

ค่าใช้จ่ายที่น้อยลง = จำนวนเงินลงทุนมากขึ้น = $$$ ที่มากขึ้นนั่นเอง

ความเสี่ยงต่ำ

jumboslot


เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน การกระจายการลงทุนสินทรัพย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัญหาคือนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่มีเงินมากพอที่จะกระจายการลงทุน ทำให้กองทุนดัชนีเป็นตัวเลือกที่ดีในการกระจายการลงทุน เพราะคุณสามารถลงทุนในสินทรัพย์นับร้อย นับพันรายการด้วยเงินเริ่มต้นหลักร้อยเท่านั้น

ผลตอบแทนน่าสนใจ

ถึงแม้ดัชนีจะมีขึ้นลงตามหลักทรัพย์ที่อ้างอิง แต่ในระยะยาวแล้ว กองทุนดัชนีสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนแบบ Active Fund

ข้อเสียของกองทุนดัชนี

ขาดความยืดหยุ่น

slot


เพราะกองทุนดัชนีจำเป็นต้องลงทุนเลียนแบบดัชนีอ้างอิง ทำให้ยามดัชนีอ้างอิงเป็นบวก คุณจะเห็นตัวเลขสีเขียวพร้อมรอยยิ้ม แต่หากดัชนีอ้างอิงดิ่งลงอย่างรุนแรง กองทุนดัชนีก็ดิ่งทะลุนรกไม่ต่างกัน คุณจะเห็นตัวเลขสีแดงบาดจิตบาดใจและทำอะไรไม่ได้ ยกเว้นแต่ขายออก (พร้อมผลขาดทุนยับยู่ยี่)

ผลตอบแทนจำกัด

เพราะเป้าหมายของกองทุนดัชนีคือการทำผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงให้มากที่สุด โอกาสที่คุณจะได้รับผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดจึงแทบจะเป็นศูนย์ ซึ่งแตกต่างจากกองทุนแบบ Active Fund ที่เน้นการทำผลตอบแทนมากกว่าตลาด (แต่ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนน้อยกว่าตลาดเช่นกัน)

Tracking Error

Tracking Error คือความเสี่ยงที่ผลตอบแทนของกลุ่มการลงทุนจะเบี่ยงเบนจากดัชนีอ้างอิง หรือก็คือกองทุนดัชนีจะทำผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงแค่ไหน ซึ่งคุณควรเลือกลงทุนกองทุนดัชนีที่มี Tracking Error ต่ำ

กองทุนดัชนี

หากคุณต้องการลงทุนแต่ไม่มีความรู้ ไม่มีเวลาติดตามและมีเงินลงทุนจำกัด การลงทุนในกองทุนดัชนีเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจของคุณ

jumbo jili

คุณอยากทราบว่ากองทุนดัชนีคืออะไร ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนในกองทุนดัชนี และคุณจะเลือกกองทุนดัชนีที่ตอบโจทย์ความต้องการลงทุนอย่างไร

บทความนี้มีคำตอบครับ

กองทุนดัชนีคืออะไร

กองทุนดัชนี (Index Fund หรือ Tracker Fund) คือกองทุนรวมหรือกองทุนอีทีเอฟ (กองทุนรวมที่จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งซื้อขายแบบเดียวกับหุ้น) ที่จัดกลุ่มการลงทุนตามหรือเลียนแบบดัชนีอย่างเช่น

iBoxx ABF Thailand Index คือดัชนีชี้วัดผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐ ตัวอย่างเช่น ABFTH (กองทุนดัชนีพันธบัตรแรกของไทย)

SET50 คือดัชนีที่แสดงระดับราคาหุ้น 50 ตัวที่มีมูลค่าตามราคาตลาดและสภาพคล่องในการซื้อขายสูงสุด 50 อันดับแรก ตัวอย่างเช่น K-SET50, T-SET50, SCBSET50 เป็นต้น

S&P500 คือดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่วัดผลการดำเนินงานของ 500 บริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเช่น SCBS&P500, TMBUS500, TISCOUS เป็นต้น

สล็อต

พูดง่าย ๆ คือ “ดัชนีมีอะไร กองทุนดัชนีก็มีตามนั้น” แต่ไม่เป๊ะ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะจำเป็นต้องกันเงินสดไว้ส่วนหนึ่ง

กองทุนดัชนีใช้การลงทุนแบบเชิงรับ ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงมากที่สุด เช่น หากดัชนี A วิ่งขึ้น 3% กองทุนที่อ้างอิงดัชนี A ควรจะต้องวิ่งขึ้นใกล้เคียงกับดัชนี A มากที่สุดจึงจะถือว่าดี

แตกต่างกองทุนแบบ Active Fund (เน้นการลงทุนเชิงรุก) ที่มีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาด แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ กองทุนแบบ Active Fund ส่วนใหญ่ทำผลงานย่ำแย่กว่ากองทุนดัชนีเสียอีก!

ข้อดีและข้อเสียของกองทุนดัชนี

ข้อดี ข้อเสีย
ต้นทุนต่ำ ขาดความยืดหยุ่น
ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนจำกัด
ผลตอบแทนน่าสนใจ Tracking Error
เหมาะกับนักลงทุนหน้าใหม่
ข้อดีของกองทุนดัชนี

สล็อตออนไลน์

ต้นทุนต่ำ

กองทุนดัชนีมีต้นทุนการบริหารต่ำกว่ากองทุนแบบ Active Fund เพราะกองทุนดัชนีเพียงแค่เลียนแบบการลงทุนแบบเดียวกับดัชนี ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องจ้างบุคลากรในการค้นหาหลักทรัพย์แต่อย่างใดและดัชนีมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบไม่กี่ครั้งต่อปี ทำให้กองทุนดัชนีมีจำนวนธุรกรรมน้อยครั้งกว่า

ขณะที่กองทุนแบบ Active Fund จำเป็นต้องจ้างทีมงานค้นคว้าหาหลักทรัพย์ที่ใช่เข้ากองทุน ทำให้มีการทำธุรกรรมบ่อยครั้งกว่าและค่าใช้จ่ายสูงกว่า

ค่าใช้จ่ายของกองทุนดัชนีต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กองทุนแบบ Active Fund มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1% จนถึง 2.5%

ค่าใช้จ่ายที่น้อยลง = จำนวนเงินลงทุนมากขึ้น = $$$ ที่มากขึ้นนั่นเอง

ความเสี่ยงต่ำ

jumboslot

เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน การกระจายการลงทุนสินทรัพย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัญหาคือนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่มีเงินมากพอที่จะกระจายการลงทุน ทำให้กองทุนดัชนีเป็นตัวเลือกที่ดีในการกระจายการลงทุน เพราะคุณสามารถลงทุนในสินทรัพย์นับร้อย นับพันรายการด้วยเงินเริ่มต้นหลักร้อยเท่านั้น

ผลตอบแทนน่าสนใจ

ถึงแม้ดัชนีจะมีขึ้นลงตามหลักทรัพย์ที่อ้างอิง แต่ในระยะยาวแล้ว กองทุนดัชนีสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนแบบ Active Fund

ข้อเสียของกองทุนดัชนี

ขาดความยืดหยุ่น

slot

เพราะกองทุนดัชนีจำเป็นต้องลงทุนเลียนแบบดัชนีอ้างอิง ทำให้ยามดัชนีอ้างอิงเป็นบวก คุณจะเห็นตัวเลขสีเขียวพร้อมรอยยิ้ม แต่หากดัชนีอ้างอิงดิ่งลงอย่างรุนแรง กองทุนดัชนีก็ดิ่งทะลุนรกไม่ต่างกัน คุณจะเห็นตัวเลขสีแดงบาดจิตบาดใจและทำอะไรไม่ได้ ยกเว้นแต่ขายออก (พร้อมผลขาดทุนยับยู่ยี่)

ผลตอบแทนจำกัด

เพราะเป้าหมายของกองทุนดัชนีคือการทำผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงให้มากที่สุด โอกาสที่คุณจะได้รับผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดจึงแทบจะเป็นศูนย์ ซึ่งแตกต่างจากกองทุนแบบ Active Fund ที่เน้นการทำผลตอบแทนมากกว่าตลาด (แต่ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนน้อยกว่าตลาดเช่นกัน)

Tracking Error

Tracking Error คือความเสี่ยงที่ผลตอบแทนของกลุ่มการลงทุนจะเบี่ยงเบนจากดัชนีอ้างอิง หรือก็คือกองทุนดัชนีจะทำผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงแค่ไหน ซึ่งคุณควรเลือกลงทุนกองทุนดัชนีที่มี Tracking Error ต่ำ

วิธีออมเงินให้งอกเงย

จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้หลายคนประสบปัญหาด้านการเงิน โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยวางแผนด้านการเงินมาก่อน หรือแม้บางรายพอมีเงินเก็บแต่ก็อาจไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีพ ดังนั้นเราจึงควรลงทุนสร้างผลตอบแทนให้งอกเงยขึ้นด้วย

jumbo jili

แต่สำหรับคนที่มีเงินออมต่อเดือนน้อย อยากให้ลองเริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,000 บาท เพราะเงินจำนวนแค่นี้ ก็สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้แล้ว ดีกว่าฝากออมทรัพย์ธรรรมดาที่มีดอกเบี้ยแค่ 0.25% หรือรับดอกเบี้ยแค่ 2.5 บาทเท่านั้น

โดยสำนักข่าว”อีไฟแนนซ์ไทย” ได้รวบรวม 7 วิธีออมให้เงินงอกเงยได้ แค่มีเงินเริ่มต้นเพียง 1,000 บาทไว้ดังนี้

  1. บัญชีเงินออมดิจิทัล

บัญชีเงินออมดิจิทัลหรือเข้าใจง่ายๆ คือบัญชีออมทรัพย์แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก(Book Bank) ซึ่งบัญชีดังกล่าวจะได้รับดอกเบี้ยประมาณ 0.5-1.5% สามารถฝาก ถอน โอนได้ ผ่านระบบออนไลน์ โดยในหลายธนาคารไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำในการฝาก เหมาะสำหรับคนที่ไม่มั่นใจว่าจะมีวินัยในการเก็บอย่างสม่ำเสมอ แต่อยากได้ดอกเบี้ยมากกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป ซึ่งอย่างน้อยๆ เงินเริ่มต้นแค่ 1,000 บาท หากคิดดอกเบี้ย 0.5% จะได้ดอกเบี้ยแล้วประมาณ 5 บาท

สล็อต

2.เงินฝากประจำแบบปลอดภาษี

บัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี ปัจจุบันเริ่มต้นเงินฝากขั้นต่ำตั้งแต่ 500 หรือ 1,000 บาท มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงประมาณ 1.25-2.30% ซึ่งต้องฝากเงินอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนในจำนวนที่เท่ากัน มีกรอบเวลา 24 เดือน หรือ 36 เดือน ข้อดีคือไม่ต้องเสียภาษี แต่จำกัดการเปิดบัญชี 1 คนต่อ 1 บัญชีเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้เริ่มออม อยากฝึกวินัยไม่ชอบเสี่ยงและมีเงินไม่มาก ได้ครบทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

คิดง่ายๆ หากเราออมเงิน 1,000 บาท ครบ 24 เดือน ปกติเงินต้นเพียง 24,000 บาท แต่หากฝากประจำแบบปลอดภาษี คิดดอกเบี้ย 2.30% จะได้เงินเพิ่มอีก 552 บาท หรือมีเงินออมเพิ่มขึ้นรวม 24,552 บาท

  1. เงินฝากประจำทั่วไป

บัญชีเงินฝากประจำแบบทั่วไป ปัจจุบันมีเงินขั้นต่ำ 1,000 บาท ก็สามารถเปิดบัญชีฝากได้ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.5-1.5% โดยต้องฝากเงินอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนในจำนวนที่เท่ากัน มีกรอบช่วงเวลาตั้งแต่ 3 เดือนจนถึง 48 เดือน ขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่งกำหนด เงื่อนไขคือต้องเสียภาษีดอกเบี้ย ณ ที่จ่ายประมาณ 15% แต่ข้อดีคือ 1 คนสามารถเปิดบัญชีประเภทดังกล่าวได้มากกว่า 1 บัญชี เหมาะสำหรับคนเริ่มมีวินัยการออมแล้ว และมีเงินต้นจำนวนมาก แต่ไม่อยากเสี่ยงเสียเงินต้น

สล็อตออนไลน์

  1. สลากออมทรัพย์

หากใครมีเงินเพียง 1,000 บาท แต่สนใจลงทุนในสลากออมทรัพย์ เริ่มต้นได้ที่ ธนาคารออมสิน ,ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปีขึ้นไป เพื่อลุ้นถูกรางวัลในแต่ละเดือน หรือตามเงื่อนไขของสลากแต่ละรุ่นกำหนด สามารถซื้อเพียงครั้งเดียวหรือเพิ่มหลายครั้ง ซึ่งผลตอบแทนคือลุ้นการถูกสลากรางวัล

โดยกรอบเงินรางวัลมีตั้งแต่ 20 บาท ถึง 10 ล้านบาท เพราะฉะนั้นใครหวังเฮงถูกเงินล้านแบบไม่ต้องเสียเงินต้นแบบลอตเตอรี่ แถมสลากบางรุ่นยังมีดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย สลากออมทรัพย์อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนชอบลุ้น

  1. กองทุนรวม

หากผลตอบแทนที่กล่าวมายังไม่เร้าใจพออยากได้สูงกว่า 2% และพอจะมีความรู้ด้านการลงทุน แต่ไม่มีเวลาบริหารเอง แนะนำกองทุนรวมเพราะมีผู้จัดการกองทุนมาบริการเงินให้ ซึ่งมีกองทุนให้เราเลือกมากมาย ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ซึ่งบางแห่งมีเงินแค่ 1 บาทก็สามารถลงทุนได้แล้ว

jumboslot

โดยแต่ละกองจะกำหนดเงื่อนไขความเสี่ยงของผู้ลงทุนในระดับที่รับได้ แบ่งเป็น 8 ระดับ มีทั้งเสี่ยงต่ำ ปานกลาง มาก และมากที่สุด โดยแต่ละกองจะอธิบายถึงความเสี่ยง รายละเอียด และผลตอบแทนย้อนหลังให้พิจารณาตามหนังสือชี้ชวน

สำหรับผลตอบแทนบางกองอาจได้กลับมาในระดับ 5-10% ต่อปี เทียบเงินต้น 1,000 บาทจะได้ผลตอบแทนประมาณ 50-100 บาท หรืออาจมากกว่า 50% ต่อปี หรือรับผลตอบแทนเพิ่ม 500 บาท แต่ความเสี่ยงเงินต้นหายก็มีด้วยเช่นกัน

  1. ออมหุ้นไทยแบบ DCA ผ่านโบรกเกอร์

เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการลงทุนหุ้นไทยอย่างสม่ำเสมอ แต่เงินลงทุนและความรู้ยังน้อย โดย DCA คือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนในหุ้นตัวเดียวกันทุกๆ เดือนหรือสัปดาห์ ตามที่บริษัทหลักทรัพย์(บล.) หรือโบรกเกอร์แต่ละรายกำหนด ทำให้เราสามารถซื้อหุ้นที่มีทิศทางการดำเนินงานดีแต่ราคาสูงได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นในกลุ่ม SET 50, SET100 ให้เลือกลงทุน

ซึ่งเงินที่งอกเงยจากการลงทุนมาจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่เพิ่มมากขึ้นและเงินปันผล โดยสถิติข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าการลงทุนหุ้นไทยมีอัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อปี หากคิดผลตอบแทนเงินออมเพียง 1,000 บาท จะมีกำไรแล้ว 100 บาท

slot

  1. ออมทอง

มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ วลีนี้ยังคงใช้ได้กับสังคมไทย แต่การซื้อเพื่อได้ทองมาครอบครองอาจใช้เงินมากกว่าที่มี ดังนั้นร้านค้าทองหลายแบรนด์จึงออกโปรแกรมออมทอง เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนเงินน้อย ซึ่งผู้ลงทุนสามารถทยอยซื้อสะสม และหากสะสมเงินครบตามราคาสินค้าทอง สามารถแลกรับทองจริงได้ หรือเลือกสะสมเงินต่อเพื่อแลกรับทองขนาดที่ใหญ่กว่า รวมถึงขายเพื่อนำเงินสดออกมาก่อนก็ได้เช่นกัน โดยปัจจุบันสามารถใช้เงินขั้นต่ำ 10 บาทเพื่อออมทองได้ ซึ่งผลตอบแทนช่วงปี 63 ที่ผ่านมาพบว่าหากใครถือครองทองคำต้นปีถึงปลายปีจะได้กำไรประมาณ 20% หรือคิดเงินลงทุน 1,000 บาท จะได้กำไรถึง 200 บาท

ทั้งหมดนี้คือแนวทางการออมสำหรับผู้มีเงินน้อย 1,000 บาท แม้การเริ่มออมจะยากสำหรับใครหลายคน แต่หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านได้ตัดสินใจออมเงินกันง่ายมากขึ้น เพราะเมื่อเราประสบวิกฤตทางการเงิน อาจทำให้การใช้ชีวิตนั้นยากยิ่งกว่า ดังนั้นหากเราเริ่มลงมือ และสร้างวินัยเลือกการออมอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 1 วิธี ก็จะทำให้เราป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ และที่สำคัญอาจทำให้เรารวยได้จากเงินออมเพียงน้อยนิดก้อนนี้