รามเกียรติ์5

รามเกียรติ์5
นางมณโฑได้ข้าวทิพย์ไปครึ่งก้อน ด้วยความหอมเลยรีบเสวยทันที เก้าเดือนต่อมาก็ออกลูกเป็นเด็กหญิงสวย ไม่มีเค้ายักษ์เหมือนพ่อเลย เด็กหญิงคนนี้คือพระนางลักษมีชายาของพระนารายณ์ที่ลงมาช่วยพระสี่กรฆ่ายักษ์อีกแรงหนึ่ง ตอนนี้ทั้งราชาและราชินีแห่งลงกาชื่นใจยิ่งนักที่ได้ลูกสาวบ้างหลังจากก่อนหน้านี้มีลูกชายชื่อว่ารณพักตน์หรือภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นอิทรชิต (แล้วจะเล่าให้ฟังว่าอิทรชิต ยักษ์หล่อตนนี้เก่งอย่างไรนะครับ)

joker123

แต่เด็กหญิงน่ารักเกิดมาแล้วร้องว่า “ผลาญราพณ์” ถึงสามครั้ง หรือแปลว่า “ฆ่ายักษ์ให้หมดไป” รอบแรกทศกัณฑ์ เหล่านางกำนัลและแพทย์หลวงผู้ทำคลอดก็ทำเป็นว่าไม่ได้ยิน ร้องรอบที่สองก็คิดว่าพวกเราอาจจะฟังผิดไปมั้ง พอเด็กร้องรอบที่สามนี่ไม่ปกติละนะท่าน คุณพ่อทศกัณฑ์จึงเรียกพิเภกผู้เป็นน้องชายและมีตำแหน่งโหรหลวงประจำราชสำนักให้ตรวจสอบดวงชะตาหน่อยสิว่าลูกสาวชั้นจะมีอนาคตที่แจ่มใสเพียงใดและเราจะจัดพิธีฉลองขึ้นพระอู่กันเมื่อไหร่ พิเภกใช้เวลามากผิดปกติ เหงื่อแตก พลิกตำราอยูหลายเล่มไปมา จับยามสามตาอยู่นาน ทดวันเดือนเวลาเกิดบนกระดานชะนวน ลบแล้วลบอีก คำนวณใหม่ซ้ำไปมาจนแน่ใจ จึงการบทูลจอมราชาแห่งอสูรว่า “เด็กหญิงผู้นี้ มีดวงที่ไม่เป็นมงคลต่ออสุรวงศ์ของเราเลย หากเด็กคนนี้ยังมีชีวิตอยู่วงศ์ยักษ์จะต้องสิ้นพงศ์พันธุ์เป็นแน่” ทศกัณฑ์ถอนหายใจยาวพร้อมกันทั้งสิบหน้า น้ำตาซึมทั้งสี่สิบตา พร้อมเหลือบไปเห็นนางมณโฑผู้เป็นลมแน่นิ่งไปก่อนหน้านี้แล้ว จากเวลาที่ควรจะมีงานรื่นเริงกลายเป็นช่วงเวลาที่จะต้องหาทางกำจัดเด็กผู้เพิ่งจะเกิดคนนี้ จะฆ่าก็ทำใจไม่ได้ จะยกให้ท้าวเธอยักษ์เมืองอื่นก็คงไม่มีใครอยากรับ จอมกษัตริย์แห่งลงกาจึงตัดสินใจให้ทหารนำเด็กหญิงผู้นี้ใส่ผอบทองและปล่อยลอยน้ำไปตามแต่เวรแต่กรรม และห้ามใครในเกาะลงกาเอ่ยถึงเหตุการณ์นี้อีก
ผอบทองลอยไปถึงอาศรมของพระชนกฤาษี จริงๆแล้วท่านเป็นกษัตริย์ครองเมืองมิถิลาแต่ด้วยความเบื่อหน่ายในทางโลกท่านจึงออกบวชครองเพศดาบสเพื่อศึกษาธรรม ฤาษีชนกเปิดผอบทองออกดูเห็นเด็กผู้หญิงนอนหลับตาพริ้มอยู่ อีกใจก็เอ็นดู อีกใจท่านก็เห็นว่าไม่เหมอะเพราะท้าวเธอได้สละราชสมบัติมาครองเพศฤาษี แล้วอยู่ๆจะมีเด็กหญิงวิ่งเล่นไปมาคงจะไม่งามแน่ๆ พระชนกจึงกลั่นใจอธิฐานฝากเด็กหญิงคนนนี้ให้พระแม่ธรณีช่วยเลี้ยงดูแทนตน และหากท่านบรรลุธรรมเมื่อไหร่จะมาขุดเอาเด็กคนนี้คืน พอสิ้นสุดการอธิฐานเพียงอึดใจพื้นดินก็แยกออก ผอบทองถูกสูบจมธรณีและพื้นดินกลับมาประสานกลบอย่างเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิบหกปีต่อมาฤาษีชนกเสร็จสิ้นการปฏิบัติธรรม บางตำราบอกว่าท่านไม่สำเร็จอะไรเลย บางครูอาจารย์บอกว่าท่านได้ดวงตาที่เห็นธรรมแล้วจึงเดินกลับมาที่จุดเดิมและใช้คันไถไถหาผอบทองที่เคยฝังไว้จนพบ แต่ที่น่าอัศจรรย์คือผอบทองมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ฤาษีเปิดออกดูเห็นเป็นหญิงสาวอายุสิบหกปี หน้าตาสวย กริยามารยาทเป็นกุลสตรีที่เพรียกพร้อมยิ่งนัก จึงประทานนามให้ว่า สีดา อันแปลว่ารอยไถ จากนั้นชนกฤาษีตัดใจสละเพศดาบสกลับไปเป็นราชาครองเมืองมิถิลาดั่งเดิม ท่านรักสีดาดั่งลูกในไส้ของตนเอง ให้เรียนศิลปะวิทยาการต่างๆจากอาจารย์ชั้นนำ มีศักดิ์ศรีไม่แพ้เจ้าหญิงเมืองใดในชมพูทวีป พร้อมจัดหานางกำนัลให้คอยดูแลมิได้ขาด (เมืองมิถิลา ปัจจุบันยังมีอยู่มีชือว่า Janakpur อยู่ในเขตประเทศเนปาล เคยเป็นเมืองตอนเหนือของประเทศอินเดีย บังเอิญเคยได้พบคนที่มาจากเมืองนี้เค้าบอกว่าคนเมืองนี้ใจดี หากพบคนแปลกหน้าจะเชิญทานข้าวที่บ้าน และถ้าคุยถูกคอจะชวนให้พักที่บ้านเลย ผู้หญิงเมืองนี้สวยและมีฝีมือการทอผ้า วาดภาพ งานศิลปะจากเมืองมิถิลาจะมีความละเอียดอย่างมาก ภาษาที่ใช้สื่อการกันในเมืองยังเป็นภาษามิถิลาดั่งเดิม คนที่นี่ภูมิใจในการสืบเชื้อสายมาจากพระแม่สีดาที่ตนเคารพรัก สังเกตว่าผอบทองลอยมาไกลมาเพราะเกาะลงกาอยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย มิถิลาอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ระยะทางห่างมากเลยครับ)

สล็อต

กลับไปที่อโยธยา องค์ชายทั้งสี่ โตวันโตคืนและที่สำคัญทั้งสี่องค์เป็นที่รักของประชาชน แต่ที่โดดเด่นทั้งความสามารถ ความหล่อ และความอ่อนหวานน่าจะเป็นองค์ราม เจ้าชายองค์โตอันเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ให้การเคารพแม่เล็กอีกสองท่านดั่งแม่ของตนเอง เป็นพี่ที่เสียสละเพื่อน้องๆ เป็นองค์ชายที่มีความเมตตาของประชาชน รามยณะฉบับอินเดียล่าวว่า ประชาชนรักพระทศรถอย่างพ่อแต่ก็ยังไม่สู้รักองค์รามผู้เปรียบเหมือนพระเจ้าลงมาเกิด คนแก่ในอโยธยาอธิฐานขอให้ตนมีชีวิตยืนยาวเพื่อได้เห็นวันที่ศรีรามของพวกเขาได้ครองบัลลังก์ พระรามและน้องๆได้เรียนวิชาต่างๆจะกูรู ฤาษีที่หาได้จากทุกมุมของชมพูทวีป พระรามเก่งด้านการยิงธนู เป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาแก่ท้าวทศรถและนางเกาสุริยาอย่างมาก เพราะเจ้าชายในยุคนั้นจะต้องเก่งอาวุธด้านใดด้านหนึ่ง (ธนูเป็นเครื่องหมายแห่งชาวอารยันหรือผู้เจริญที่อพยพมาจากแถบตะวันออกกลางเข้าสู่ตอนเหนือของอินเดีย จะมีความรู้วิทยาการที่ก้าวหน้ากว่าชาวพื้นเมือง)
ขณะที่เจ้าชายน้อยๆทั้งสี่มีอายุได้สิบสี่ปี ได้ซ้อมยิงธนูกันอยู่ลานประลองเขตราชฐาน นางกุจจี นางกำนัลหลังค่อมที่ตามเสด็จนางไกรเกษีผู้เป็นแม่พระพรตมาจากเมือไกยเกษ จนเป็นคนสนิทเปรียบเหมือนแม่นมของพระราชินีองค์ที่สองแห่งอโธยา ด้วยความคะนองตามภาษาวัยรุ่น พระรามยิงธนูไปถูกนางกุจจีตรงในชั่วพริบตาและยิงอีกดอกเพื่อให้หลังค่อมตามเดิม เป็นที่สนุกเฮฮาในหมู่องค์ชาย มหาดเล็ก และนางกำนัลอย่างมาก จนทำให้นางกุจจีอับอาย นำเรื่องไปฟ้องพระนางไกยเกษี แทนที่เจ้านายจะชำระความให้กลับหัวเราะและชมเชยความสามารถของพระราม บอกนางกุจจีว่า “อย่าถือองค์รามท่านเลยท่านยังเด็ก ท่านเป็นลูกที่น่ารักของเราอีกคนหนึ่ง บางครั้งเราคิดว่าเรารักรามเท่ากับรักพระพรตลูกของเราเลย” แต่นางกุจจีผูกใจเจ็บพระรามอย่างยิ่ง ใครจะคิดว่าเหตุการณ์เล็กๆแค่นี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในภายหน้า

สล็อตออนไลน์

เจ้าชายทั้งสี่เรียนทุกวิทยาการจนครูอาจารย์สอนหมดตัวแล้ว สุดท้ายพ่อก็ได้ส่งไปให้เรียนต่อศาตย์ชั้นสูงจากอาจารย์ที่เก่งที่สุดในยุคนั้นคือ ฤาษีวสิษฐ์ และ ฤาษีสวามิตร (ทั้งสองท่านคือสองในห้าฤาษีที่ร่วมทำพิธีกวนข้าวทิพย์ขอลูกให้ท้าวทศรถ เรียกว่าเด็กๆทั้งสี่ท่านทำคลอดและสอนให้ด้วย ในตำนานยุคหลังจากนี้บอกว่าทั้งสองท่านเคยไม่ถูกกันจนต่อสู้กันอย่างรุนแรง ไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟังนะครับ) ทั้งสองฤาษีได้สอนวิทยาคมกับลูกศิษย์ทั้งสี่จนเก่ง สุกท้ายฤาษีทั้งสองได้ทำพิธีขอศรจากพระอิศวรเพื่อให้ศิษย์ทั้งสี่ได้ใช้ป้องกันตัวในภายหน้า บ้างว่าพระพระอิศวรประทานศรพิชัยโมลีจำนวนสิบห้าเล่มให้แบ่งกันในหมู่พี่น้องได้คนละสามเล่ม บ้างว่าท่านให้ศรพิชัยโมลีชุดละสามเล่มแก่องค์ชายผู้เป็นน้องทั้งสามคนและพระรามได้ศรสามเล่มชื่อว่า ศรพรหมาสตร์ ศรอัคนิวาศ ศรพลายวาต
ท้าวไกยเกษบิดาของนางไกรเกษีชรามากแล้วจึงขอตัวให้หลานตาของพระพรตและน้องคู่ซี้คือพระสัตรุดไปช่วยงานที่เมืองไกยเกษ เพราะทางอโยธยามีองค์ราม องค์ลักษณ์ช่วยงานท้าวทศรถเป็นเพียงพอแล้ว พระพรตและพระสัตรุดจึงไปอยู่ที่เมืองไกยเกษกับเสด็จตา
กล่าวคือวันหนึ่งพระฤาษีวสิษฐ์ได้มาที่กรุงอโยธยาด้วยองค์เอง ปกติท่านเป็นคนเป็นคนที่โกรธง่าย คำสาปของท่านศักดิ์สิทธิ์และรุนแรงเสมอ ท้าวทศรถกังวลอย่างมากว่าได้ทำอะไรให้ท่านไม่พอใจแล้วจะโดนสาปรึเปล่า มหาฤาษีแจ้งความประสงค์กับท้าวทศรถว่า “มหาบพิตร ที่อาตมาเดินทางมาอโยธยาก็เพื่อจะขอความช่วยเหลือจากท่าน ช่วงนี้มีนางยักษ์ชื่อว่ากากนาสูรและบริวาร มารบกวนเหล่าฤาษีต่างๆขณะบำเพ็ญเพียร เพราะทศกัณฑ์ราชาแห่งรากษสมีความกังวลว่าจะมีผู้วิเศษมีฤทธิ์มากกว่าหมู่วงศ์ยักษ์ของตน (จำได้ไม๊ยครับนางกากนาสูรเคยแปลงเป็นกามาโฉบเอาข้าวทิพย์ไปให้นางมณโฑกินได้ครึ่งก้อน) นางยักษ์ปากกาตนนี้จะโยนของเน่าเหม็นจากฟ้าลงมาทำลายพิธีกรรมต่างๆ อาตมาเองไม่อยากจะทำร้ายนางให้ผิดศีลแห่งนักบวช จึงจะมาขอให้องค์รามไปช่วยกำจัดนางยักษ์กากนาสูร

jumboslot

เพื่อเป็นกุศลต่อไป” ท้าวทศรถหัวใจเครื่อนไปอยู่ตาตุ่ม ถึงองค์รามของพ่อจะเก่งเพียงใดแต่ลูกไม่เคยได้ออกสนามจริงซะที คนเป็นพ่อมักห่วงความปลอดภัยของลูกจนลืมนึกถึงความสามารถของลูกตนเองเสมอ แต่ท่านจะไม่ให้พระรามไปก็ไม่ได้เดี๋ยวโดนสาปจะพาลเดือดร้อนทั้งครัวเรือน ท่านจึงจำต้องอนุญาตให้พระรามไปโดยขอให้พระลักษณ์ตามไปเป็นผู้ช่วยด้วย สุดท้ายขอให้ท่านฤาษีช่วยดูให้อีกชั้นนะท่าน ท่านฤาษีวางหน้าขรึมไม่พูดอะไร เดินนำหน้าองค์ราม ลักษณ์ออกจากวังทันที
เจ็ดวันต่อมาองค์ราม ลักษณ์ถึงหมู่บ้านของเหล่าฤาษีพอดีและเป็นวันที่นางกายักษ์จะต้องมารังควานเหล่าฤาษีในระหว่างประกอบพิธี พอถึงเวลาพลบค่ำ ฝูกกายักษ์ส่งเสียงโหวกเหวกสนั่นทองฟ้า จนเหล่าฤาษีจูงลูกหลานกันเข้าหลบในที่ปลอดภัย พระรามมองเห็นเมฆดำ ฝูงกาและนางยักษ์กากนาสูรบินอยู่บนท้องฟ้า ทันใดนั้น………

slot